Home

Archive for the Category » Obstetrics «

Engorged Breast : นมคัด

Monday, February 18th, 2008 | Author: susheewa

Within two to three days after giving birth, maternities may find that their breasts feel swollen, tender, throbbing, lumpy, and uncomfortably full. Sometimes the swelling extends all the way to their armpit. You may run a low-grade fever, too.

นมคัดเกิดจากอาการบวมแข็งของเต้านมอันเนื่องมาจากมีน้ำนมคั่งอยู่ในท่อน้ำนมทำให้่รู้สึกหนักตึงเต้านม เต้านมแข็งเจ็บ และบางครั้งผิวหนังบริเวณเต้านมก็ร้อนขึ้นด้วย บางคนมีไข้ระยะสั้นๆ เวลาเต้านมแข็ง ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ใช่อาการที่ผิดปกติแต่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเพราะถ้าน้ำนมไม่ได้ถ่ายออกจากเต้านานๆ อาจนำไปสู่เต้านมอักเสบ เต้านมเป็นฝี และหยุดการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ในที่สุด

6 ปัจจัย?ทำนมคัด

    1. น้ำนมไม่ได้รับการถ่ายออกจากเต้านม เนื่องจากแม่ให้ลูกกินนมไม่บ่อยพอลูกไม่ได้กินนมจากเต้า จากการศึกษาพบว่าระยะเวลาที่ลูกดูดนมจากเต้าในวันแรกๆ ยิ่งดูดนานแม่จะมีอาการเจ็บจากเต้านมน้อยกว่าคนที่ให้ลูกดูดน้อยกว่า

    2. แม่มีเต้านมขนาดเล็ก ปริมาณน้ำนมที่เพิ่มขึ้นเร็วจะทำให้เกิดอาการเต็มเต้าได้เร็วกว่าแม่ที่มีเต้านมขนาดใหญ่

    3. คุณแม่ที่เคยมีลูกมาแล้ว พบว่าในลูกคนแรกเกิดอาการคัดได้น้อยกว่าลูกคนหลังๆ

    4. แม่ที่ถูกแยกจากลูกในวันแรกๆ หลังคลอดเพราะลูกไม่ได้มีการดูดนมเอา colostrum ระบายออกไปบ้าง ในขณะที่เต้านมมีเลือดมาเลี้ยงมากในสองสามวันแรกหลังคลอด

    5. การเว้นช่วงการให้กินนมนานเกินไป เช่น ลูกหลับนาน หรือแม่ทำธุระอยู่ไม่สามารถให้นมหรือบีบน้ำนมออกได้เป็นเวลานานกว่า 4-5 ชั่วโมง

    6. การอุ้มและการดูดของลูกไม่ถูกต้องทำให้ไม่สามารถขับน้ำนมออกได้เต็มที่

วิธีแก้ไข..นมคัด

    1. ให้ลูกกินนมให้บ่อย (Nurse frequently) อาจทุก 2-3 ชั่วโมง โดยไม่จำกัดเวลาในการดูดนม ให้กินตามความต้องการของลูกทั้งกลางวันและกลางคืน และหลีกเลี่ยงการให้ลูกดูดนมในขณะที่ลานนมยังแข็งตึง (avoid having your baby latch on and suckle when the areola is very firm)

    2. การประคบร้อน จะใช้ในกรณีที่ต้องการช่วยเปิดท่อน้ำนม และเต้านมแน่นตึงไม่บวมจนแข็งมาก อุปกรณ์ที่ใช้ประคบอาจเป็นผ้าเปียกน้ำร้อนหมาดๆ สำหรับคุณแม่ที่ไม่ชอบเปียกแฉะอาจใช้ถุงผ้าใส่เมล็ดข้าวสารหรือถั่วที่ถูกทำให้ร้อน โดยไมโครเวฟหรือการคั่วเผา บางคนอาจชอบใช้ผ้าขาวบางห่อข้าวเหนียวหุงร้อนๆ ประคบสัก 5-10 นาที ก่อนให้นมลูก

    3. การประคบเย็น ใช้ได้ดีในการลดอาการปวดเต้านมโดยการประคบหลังการให้นม และเป็นวิธีที่จะช่วยลดอาการบวมของเต้านมในกรณีที่บวมแข้งและน้ำนมไม่ไหลแม้จะบีบหรือปั๊ม ควรใช้ผ้าเย็นจัดหรือ Icepack วางประคบประมาณ 10-15 นาทีทำบ่อยๆ ในช่วงที่เต้านมแข็งและปวด อาจรับประทานยาแก้ปวดร่วมด้วยได้ หรืออาจจะใช้กะหล่ำปลีแช่เย็นวางประคบเต้านมซึ่งมีการศึกษาพบว่าสามารถช่วยลดความเจ็บปวดเต้านมและลดอาการบวมของเต้านมได้ดี

    4. การบีบน้ำนมเพื่อให้ลานนมนุ่มลง เพื่อให้ลูกดูดได้ดีขึ้น ห้ามบีบน้ำนมหรือปั๊มออกจนหมดเต้าร่วมกับการให้กินกับเต้ายกเว้นลูกไม่สามารถดูดนม หรือลูกดูดน้อย จึงจะปั๊มออกทุก 3 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาอาการน้ำนมคั่งลง เพราะการปั๊มนมมากๆจะทำให้มีการสร้างน้ำนมมากขึ้น (overproduction of milk) อาจทำให้เกิดการคัดตึงของเต้านมในระยะที่ยาวนานได้

    5. สวมยกทรงที่เหมาะสม(Wear a supportive nursing bra) หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อยกทรงที่มีขอบลวดหรือคับแน่นเกินไป แต่อาจสวม breast shells พลาสติกหนาที่ครอบบนเต้านมเพื่อนวดลานนมให้นิ่มและกระตุ้นกลไกน้ำนมพุ่ง สัก 30 นาทีก่อนให้นมหรืออาจจะใส่ไว้เรื่อยๆ ก็ได้

    6. การนวดเต้านม(gently massage) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง

    7. ถ้าปวดมากสามารถทานยาแก้ปวดเช่น พาราเซตตามอลไ้ด้

วิธีที่ 1 นวดด้วยนิ้ว ให้ใช้นิ้วชี้กันนิ้วกลางกดแล้วปล่อยที่บริเวณที่แข็งอาจนวดวนรอบสัก 3-4 รอบ childbreast01102.jpg

วิธีที่ 2 นวดด้วยอุ้งมือ ให้ใช้มือข้างหนึ่งประคองเต้านมเอาไว้ แล้วใช้บริเวณอุ้งมืออีกข้างกดแล้วปล่อยเพื่อนวดที่บริเวณเต้านมใกล้รักแร้ ทำซ้ำ 3-4 ครั้ง childbreast01103.jpg

References นิตยสารดวงใจพ่อแม่ vol.11 No.125 March 2006 http://www.babycenter.com/0engorged-breasts231.bc

Category: Obstetrics, News | Leave a Comment

ANC and Delivery in The UK

Tuesday, January 15th, 2008 | Author: susheewa

เหมือนเป็นกำไรชีวิตอย่างหนึ่งที่ได้มาตกระกำลำบาก เอ๊ยได้มาเรียนไกลบ้านถึงประเทศอังกฤษ แถมได้ประสบการณ์การฝากท้องและการคลอดที่นี่กลับไปรวมถึงอาจจะต้องวนเวียนอยู่ในคลินิกเด็กหลังเจ้าตัวเล็กเกิดอีกหลายปี จะได้ดูว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเขามีระบบอะไรที่ดีและสามารถนำกลับเอาไปใช้กับบ้านเราได้บ้าง

ประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องนอนโรงพยาบาลที่อังกฤษจึงเริ่มเกิดขึ้นพร้อมกับชีวิตน้อยๆในครรภ์หลังจากเดือน พฤษภาคม 2007 เป็นต้นมาก็เข้าๆออกๆคลินิกฝากครรภ์ที่ The Royal Infirmary อยู่หลายครั้ง และก็ De Montfort Surgery ที่มี GP และ Midwife ประจำตัวอยู่

ครั้งแรกที่รู้ตัวว่าเกิดอะไรที่ผิดปกติ เช่นประจำเดือนไม่มา ที่นี่เราต้องพบ GP ก่อนทุกเคสเพื่อให้หมอตรวจและ confirm ด้วยผลการตรวจ HCG ในปัสสาวะ ถ้าผลออกมา Positive ก็จะมีการนัดให้พบ Midwife ในครั้งต่อไปอาจจะอีกสองหรือสามสัปดาห์ถัดมา หลังจากนั้นก็จะมีการซักประวัติลงสมุดฝากครรภ์เล่มใหญ่ที่จะเอาไว้บันทึกตั้งแต่ฝากครรภ์ ระยะคลอด และหลังคลอดเลยทีเดียว และ Midwife ก็จะเจาะเลือดไปแล้วส่งไปตรวจที่ โรงพยาบาล หลังจากนั้นเราก็กลับไปรอผล ถ้ามารดาอยู่ในภาวะครรภ์เสี่ยงอื่นๆเช่นมีโรคประจำตัว มีอะไรที่ผิดปกติ น้ำหนักตัวน้อย เขาก็จะส่งไป consult ที่แปนกต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่นถ้ามีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน หรือแม่เป็นเอง ก็จะส่ง consult med อย่างเรานี่มีกระดูกสันหลังคดนิดหน่อย ก็จะส่ง consult Anesthetist แล้วก็น้ำหนักตัวแค่ 43 กิโล ก็จะส่งไป consult Fetal Clinic เพื่อให้พบหมอทุกครั้งดูว่าลูกโตตามเกณฑ์ไหมจนกว่าจะคลอด

จะมีใบนัดให้ไปแสกนรอบแรกส่งไปที่บ้าน เพื่อคำนวณหา อายุครรภ์และ Due date ที่แน่นอน เพราะบางทีการจำ LMP ของเราอาจจะไม่ตรงหรือคลาดเคลื่อนเพราะว่าหาได้น้อยคนนักที่จะจดว่าประจำเดือนแต่ละครั้งเริ่มมาวันไหนหมดวันไหน เขาจะเรียกการตรวจครั้งนี้ว่า Dated Scan เมื่อแแสกนรอบแรกเสร็จก็จะกลับไปหา Midwife แระจำตัวอีก แล้วก็จะเจาะเลือดไปตรวจหาความเสี่ยงต่อการเป็น Down’s Syndrome และพวก Spinal Bifida โดยเฉพาะครรภ์เสี่ยงต่างๆเช่น แม่มีอายุมาก จำเป็นเลยที่จะต้องตรวจ รอบแรกจะดูจากผลเลือดก่อน ถ้าออกมาแล้วอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็จะมีการแสกน หรือ เจาะน้ำคร่ำไปตรวจต่อไปเพื่อ confirm ให้แน่ชัด ถ้าตรวจถึงรอบสุดท้ายแล้วยังเป็น เขาก็จะถามเลยว่าต้องการทำ Abortion ไหม ก่อนที่เด็กจะอายุครรภ์เกิน 24 weeks (มาถึงตอนนี้ใครเขาจะทำ มันทำใจยากนะ เพราะว่าเด็กเองคงเริ่มดิ้นแล้ว หัวใจก็เต้นแล้ว)

หลังจากนั้นก็ไปสแกนรอบแรก จะดูได้แค่คร่าวๆเท่านั้น ดังนั้นอย่าได้ถามถึงเพศหรือ detail อื่นๆเชียว เพราะเขาก็จะบอกว่าไม่เห็น ไม่รู้ รอแสกนรอบสองที่จะเกิดขึ้นรอบต่อไป ตอนอายุครรภ์ประมาณ 5-6 เดือน ที่เรียกว่า Detailed Scan และการทำงานของรก การเกาะของรก เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเด็กมีกี่เส้น หัวใจเต้นเป็นอย่างไร น้ำหนักเท่าไหร่แล้ว มีอวัยวะไหนบ้างที่ดูแล้วน่าจะผิดปกติ กระดูกสันหลังผิดปกติไหม กระเพาะปัสสาวะ หัวใจ ปอด ปาด ตา หู จมูก ดูได้หมดอ่ะ บางรายถ้าเขาพบว่ามีลำไส้ออกมาที่ผนังหน้าท้องเขาก็จะบอกเลย (Gastroschisis) อย่างเรามีรกเกาะต่ำ เขาก็จะนัดมา scan อีกรอบตอนใกล้คลอดประมาณ 32 weeks และ 36 weeks

นอกจากนั้นก็จะมี Training สำหรับการเป็นคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งต้องเข้าอบรมเพื่อพบปะสังสรรค์กับครอบครัวอื่นๆ และเรียนรู้การดูแลเด็ก การปฎิบัติตัวเมื่อใกล้คลอด ตลอดจนการเข้าใจและการปฏิบัติตัว Active Birth สำหรับเรามีปัญหาเรื่องรกเกาะต่ำ ไงต้องผ่าแน่ๆ เลยไม่ได้เข้าคอร์สนี้เพราะว่าช่วงที่เขานัดก็นอนอยู่ โรงพยาบาลแล้ว

Link

http://www.wcox.com.au/gastrosc.htm http://www.chop.edu/consumer/jsp/division/generic.jsp?id=81166 http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/000992.htm

Category: Obstetrics, Memorandum, MyBaby | Leave a Comment

First time to meet Midwife

Thursday, August 23rd, 2007 | Author: susheewa

วันนี้ไปพบ Midwife เป็นพยาบาลที่ดูแลเกี่ยวกับคนท้อง ไม่ใช่หมอ ที่อังกฤษเขาจะให้คนท้องพบพยาบาลก่อน จะเจอหมอสูติน้อยมากนอกจากกรณีที่ต้องทำ ultrasound หรือมีปัญหาครรภ์เสี่ยงต่างๆ แม้กระทั่งคลอด ถ้าไม่มีปัญหาใดใด คนที่ทำคลอดก็จะเป็นพยาบาลนั่นเอง และคนไข้หนึ่งคนก็จะมีพยาบาลผดุงครรภ์สองคนดูแลไปจนหลังคลอดเลย เอาเป็นว่าจะต้องเจอยัยสองคนนี้ไปตลอด ใกล้คลอดแกก็จะมาเยี่ยมเราที่บ้าน หลังคลอดก็จะมาเยี่ยม และถ้าเราดันเลือกคลอดที่บ้านเพื่ออยู่ภายในบรรยากาศญาติมิตรก็ได้อีกแน่ะ คุณพยาบาลสองคนนี้หล่ะก็จะมาทำคลอดให้ที่บ้านเลย ทำนองเดียวกับหมอตำแยบ้านเราเลย แต่เครื่องมืออุปกรณ์ก็จะทันสมัยและสะอาดกว่า

ไปพบพยาบาลผดุงคครภ์วันแรกหรอ ก็ไม่มีอะไรมากซักประวัติลงคู่มือเล่มอภิมหาใหญ่มาก มีตั้งแต่ประวัติ การได้รับยา โรคประจำตัวทั้งฝ่ายเราฝ่ายสามี ญาติโกโหติกา ต้องโดนซักหมด และก็มีใบการตรวจต่างๆเหมือน chart คนไข้คลิดบ้านเราเลย คือต้องเก็บตั้งแต่ฝากครรภ์ยันหลังคลอด เลยดูค่อนข้างหนามาก แต่ก็ดีอ่ะ เป็นไอเดียที่แปลกและทำให้คนที่อ่านสมุดเล่มนี้รู้ถึงประวัติคนที่ตั้งครรภ์หมดโดยที่ไม่ต้องลงมือซักประวัติกันใหม่ทุกครั้งที่ต้องไปหาหมอหรือคนที่เกี่ยวข้องแผนกอื่นๆ ไม่งั้นก็ตอบคำถามกันจนได้ชกกันมั่งหล่ะ

นั่งซักประวัติไป ก็วัดความดันไป ต้องโดนเจาะเลือดไปตรวจ โห ไม่อยากจะมองเลย เจ็ดหลอดทั้งหมด ดูดไปเกือบยี่สิบซีซีได้ ต้องเชคเหลายอย่างมากตั้งแต่ผล CBC VDRL HIV Thalassemia และอะไรอีกม่ายรู้จำไม่ได้และ เริ่มไม่อยากจำและไม่อยากมองด้วยขณะที่เขาดูดเลือดไป กลับไปถึงบ้านเพลียมากยังกะไปบริจาคเลือดมาสลบไปยกนึงเลย ให้มันได้อย่งนี้สิคุณแม่มือใหม่ ๕๕๕

หลังจากซักประวัติจนไม่เหลืออะไรให้ซักแล้ว ต่อไปหมอจะส่งจดหมายมานัดให้ไปทำ ultrasound ที่ โรงพยาบาล เมื่อได้ผลแล้ว พยาบาลผดุงครรภ์ก็บอกว่าให้มานัดพบเขาอีกทีเพื่อเจาะเลือดตรวจ Down’s Syndrome ไม่อยากจะบอกว่าอายุขนาดเรานี่ลูกเสี่ยงถึง 1 ใน 250 คน ไม่ใช่น้อยแต่ก็น่ากลัวอ่ะ ขออย่าให้เป็นเราเลยอ่ะ ต้องรอผลเลือดประมาณ 2-3 สัปดาห์ ถ้าผลเลือดออกมามีภาวะเสี่ยงก็จะตรวจละเอียดต่อไปถึงน้ำคร่ำ แต่ถ้าผลเลือดออกมาไม่เสี่ยงมาก ก็ไม่ต้องเจาะ และก็รอผลไปอีก 2-3 สัปดาห์ หรือจะมีการตรวจอีกวิธีที่ดีและเร็วก็คือทำเหมือน CT scan ซึ่งอันนี้คุณแม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายตะหาก วิธีนี้จึงเป็นวิธีสุดท้ายที่ไม่มีทางเลือกแล้วเพราะจะได้ผลเร็วสำหรับคุณแม่ที่อายุเยอะและก็มาฝากท้องตอนอายุครรภ์จะ 20 weeks แล้วก็จะโดนโน้มน้าวให้ทำวิธีนี้ได้เพราะว่าได้ผลเร็ว เพราะถ้ารอวิธีอื่นแล้วผลจะช้ามาก จะมีผลต้อการตัดสินใจเพื่อระงับการตั้งครรภ์ได้ ถ้าผลออกมาแล้วเด็กผิดปกติ

Category: Obstetrics, Memorandum | 2 Comments

Breastfeeding benefits ‘instant’

Monday, May 16th, 2005 | Author: susheewa

breastfeeding “A government poll of 427 men found 79% would want their baby to be breastfed, contrary to popular belief that they might not.” Today I would like to promote and emphasize breastfeeding agin.Actually all of us have already known about it but in this article you will find that how is going with mothers who feed her baby within her arms. หยิบบทความที่เขาศึกษาเรื่องการให้นมบุตรมาตอกย้ำความสำคัญกันอีกครั้ง ซึ่งนอกจากคุณค่าอาหารที่เด็กจะได้รับแล้ว แต่ยังมีผลต่อสุขภาพของแม่ด้วย ซึ่งมีงานวิจัยหลายเรื่องสนับสนุนเช่นลดอัตราการเป็นมะเร็ง และโรคกระดูกพรุน ในมารดา

more.. http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4517405.stm http://breastfeed.com/resources/articles/benefits.htm

Category: Obstetrics, General | Leave a Comment

If the Baby has Colicky.

Friday, May 13th, 2005 | Author: susheewa

odd

(HealthDay News) — If your baby is crying a lot, you should call your doctor. Your pediatrician will want to check your baby to make sure there is no medical reason for the crying.

If the doctor finds no underlying medical cause, he will probably tell you that your baby has colic.

Colic does not have any lasting effects on the child in later life. It usually starts to improve at about 6 weeks of age, and is generally gone by the time your baby is 12 weeks old.

In the meantime, try these techniques from the University of Michigan Health System:

Respond consistently to your baby’s cries. Check to see if she’s hungry, tired, in pain, too hot or cold, bored, overstimulated, or in need of a diaper change. Some parents find that carrying their baby more frequently lessens colic. Rock your baby — or play music and dance. Change formula, but talk with your baby’s doctor first. Talk a walk with your baby in the stroller, or take a ride in the car. Nurse your baby every two to three hours if you are breast-feeding. Don’t allow anyone to smoke around your baby. Babies of smokers cry more and also get sick more often. Massage your baby.

นำวิธีการดูแลเด็กทารกมาฝากค่ะ ก็เป็นการทบทวนสำหรับคุณพยาบาลที่จะให้คำแนะนำกับคุณแม่ ในการดูแลเด็กทารกซึ่งบอกได้ว่าดูแลยากเพราะ เวลาเด็กร้องนี่ เด็กไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอะไร หิว เปียกแฉะ หรือว่าเจ็บปวดจากร่างกายได้รับบาดเจ็บ หรือท้องอืดท้องเฟ้อ ซึ่งเราก็มีเทคนิคในการดูแลตรวจเชคดูมาฝากค่ะ

Category: Obstetrics, General, Nursing Implimentation, Pediatric | Leave a Comment

Examining Your Own Breasts

Tuesday, May 03rd, 2005 | Author: susheewa

breast cancer Finding breast cancer early gives better prospects for recovery and makes treatment easier. More than 90 percent of women whose breast cancer is found early will be cured.

วันนี้มา รีวิว เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตนเองกันนิดนะคะ ปัจจุบันถ้าการ screen ทำได้เร็ว ก็จะเป็นผลดีสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายในการป้องกันมะเร็งเต้านมได้ด้วยตัวคุณเอง

more http://www.medicinenet.com/script/main/art.asp?articlekey=46870 http://www.harthosp.org/cancer/breast.htm Breast self Examination

Category: Obstetrics, General | Leave a Comment

Health Tip: Sexually Transmitted Diseases

Sunday, March 27th, 2005 | Author: susheewa

This article represent that Sexually transmitted diseases (STDs) are the most common contagious diseases both USA. and Thailand because of dramatic changing sex-value.Consequently the STDs sharply reveal wild spread nowsdays. วันนี้ขอหยิบยกบทความเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาแนะนำนะคะ ซึ่งตอนนี้มันได้กลายเป็นโรคที่ดูสมือนจะปกติไปเสียแล้วไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศไทยหรืออเมริกา เพราะว่าค่านิยมเรื่องของการมี Sex ในปัจจุบันมันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากๆในประเทศไทย และก็ทำให้เกิดหลายๆปัญหาตามๆมา ในบทความนี้เขาจะกล่าวว่า อัตราการเจริญเติบโตของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในอเมริกาซึ่งในแต่ละปีจะพบได้มากถึง 12 ล้านคน และโรคนี้สามารถทำลายร่างกายของผู้ที่ติดตั้งแต่เล็กๆน้อยๆจนกระทั่งตายได้ เช่นโรคเอดส์ เป็นต้นซึ่งบางคนที่ติดโรคนี้อาจะไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ The American College of Obstetricians and Gynecologists says the only sure way to prevent getting an STD is not to have sex. If you do have sex, you can reduce your risk by:

Knowing and limiting your sexual partners Using a condom Using a spermicide Avoiding risky sex practices Getting immunized บรรดาพวกหมูสูติทั้งหลายก็เลยออกมาตักเตือนสำหรับผู้ที่จะมี Sex ดังนี้ กรุณารู้ความเป็นไปและข้อจำกัดของคู่นอนของท่านให้ดีก่อนมี Sex ผู้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยก็อาจจะมีปัญหาตามมาได้ ใส่ถุงยางซะ ถ้าจะให้ดีเชคด้วยว่ามันหมดอายุไหม หรือรั่วไหม ใช้ยาฆ่าเสปิม (ปกติมันจะใส่ไว้ในถุงยางแล้วนะคะ)ขึ้นอยู่กับชนิดของถุงยางด้วย หลีกเลี่ยงการมี sex กับกลุ่มเสี่ยงทั้งหลาย ให้วัคซีนป้องกัน (ไม่แน่ใจนะบ้าเนราจะมีไหมไอ้วัคซีนเนี่ย)

more about STDs http://www.medicinenet.com/script/main/art.asp?articlekey=46382 STD in pregnancy Sexual Health Overview

Category: Obstetrics, General | Leave a Comment

Spermicidal condoms maybe left behind at the scene of the crime and it was useful for investigation the rape case

Monday, March 07th, 2005 | Author: susheewa

This reseach prefer to the spermicidal condoms that the raptist used maybe useful for the rape case. They found that it did not, but a surprise finding was that when sperm were incubated with nonoxy-9, their numbers appeared to fall at a steady rate.

อ่านงานวิจัยชิ้นนี้แล้ว รู้สึกเป็นประโยชน์สำหรับพวกคดีข่มขืน แต่ไม่รู้ว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บ้านเราสามารถทำได้แบบเขาไหม ก็คือ การนำเขาคอนดอมที่ผุ้ร้ายบางคนใช้ เวลาข่มขืนแล้วทิ้งเอาไว้ มาศึกษาและสามารถวิเคราะห์ DNA จนกระทั่งโยงใยไปถึงการจับคนร้ายได้ ซึ่งสารที่ใส่ในคอนดอมก็จะแตกต่างกันไป การศึกษาเขาก็ได้เปรียบเทียบระหว่างถงยางแต่ละชนิด กับถุงยางที่มีสารnonoxyl-9 ซึ่งสามารถเก็บรักษาเสปริมเเอาไว้ได้

http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4310953.stm

Category: Obstetrics, General, Research | Leave a Comment

Pregnancy timeline

Sunday, March 06th, 2005 | Author: susheewa

This is an amazing web that I want to show and hope you will be interested too. In addition I give another one that describe about pain relief in labour period both in natural techniques and using TENS machine - transcutaneous electrical nerve stimulation -. http://news.bbc.co.uk/nol/shared/spl/hi/timelines/04/pregnancy/swf/timeline.swf อ่านเวบไซด์อันหนึ่งแล้วชอบมากเลย เลยหยิบมาฝากคุณผู้หญิง รวมถึงนิสิตนักศึกษาที่กำลังเรียนวิชาสูติศาสตร์ เวบแรกเป็น Time line การเจริญเติบโตของเด็กตั้งแต่เริ่มมีการเจาะไข่แดง จนกระทั่งคลอด ลองเลื่อน Cursor ไปตามเวลานะคะ เวบที่สองก็เป็นเรื่องอับเดทความรู้เรื่องของการลดความเจ็บปวดของมารดาที่เจ็บท้องจะคลอด ซึ่งสมัยโบราณ จนถึงปัจจุบันเราก็มีการศึกษาวิจัยว่าวิธีโน้นวิธีนี้สามารถลดความเจ็บปวดดันได้อย่างอย่างทั้งที่เป็นวิธีจากธรรมชาติ เช่นการนวด การแช่ในน้ำอุ่น การฟังเพลง หรือมีการค้นพบว่าการนั่งพับบนขาแบบท่านั่งของสาวญี่ปุ่นที่เรียกว่า squatting เป็นท่าที่เหมาะสมสำหรับการคลอด หรือแม้แต่การนั่งพิงฝาผนังก็ทำให้สามารถคลอดได้ง่าย อันนี้ก็เป็นความรู้ใหม่ ที่ตัวดิฉันเองก็เพิ่งจะอ่านเจอเช่นกันค่ะ และอีกวิธีหนึ่งก็คือใช้เครื่อง TENS กระตุ้น ซึ่งเครื่องนี้ขาว่ากันว่ามันจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสาร endophin ซึ่งทำให้ร้องอ้อ ทันทีว่ามันคงจะช่วยลดการเจ็บปวดด้วยประการะฉะนี้แล

ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4121411.stm http://news.bbc.co.uk/1/hi/health/751170.stm inject

Category: Obstetrics, General | One Comment

replica handbags,louis vuitton handbags,chanel handbags,gucci handbags,designer replica handbags.replica tag heuer watches,omega replica watches,breitling replica watches,replica hublot watches,replica ulysse nardin watches.replica hermes handbags,replica designer handbags,knockoff handbags,fake handbags,coach replica handbags.replica louis vuitton handbags,fake designer handbags,replica designer handbags,knock off designer handbags,replica designer bags,replica fendi handbags.Louis Vuitton,gucci handbags,chanel bags.