Archive » July, 2006 «
Saturday, July 29th, 2006 | Author: susheewa
An important of censorship
As new technologies evolve and become a part of our daily lives, so do television shows and what people are allowed to view on a regular basis. Censorship, a word that seems to be causing quite some controversy over certain people may not be such a bad idea. As America has seen, a countless amount of people have been known to complain about censorship on television. Although this seems to be a problem to some, maybe the real question to be asked is, is there enough censorship of television? Many families agree that certain rated R movies should not be shown to young children and only certain shows
should be censored to an extent, yet they do not see the significant effect that regular television shows really have on their children.As a child grows, more and more statistics are proving that they are being exposed to too many shows that should be censored. Many studies have concluded that young children are most affected by what they see on television (Dritz, Russel 1996). For example, a child that watches a cartoon with a lot of violence or tunes.(From http://www.123helpme.com/)
There are different kinds of censorship such as government censorship,politic censorship,religion censorship,T.V censcorship or film censorship,internet censorship, etc.Each censorship has different policies to check the object censored before present to other people.
Today I collect all censorship website useful for write article about censorship as following:
http://en.wikipedia.org/wiki/Censorship
http://www.ncac.org/
http://www.epic.org/free_speech/censorship/
http://www.hinduonnet.com/fline/fl2121/stories/20041022001508800.htm
http://www.museum.tv/archives/etv/C/htmlC/censorship/censorship.htm
http://www.123helpme.com/
http://www.123helpme.com/preview.asp?id=57776
http://www.123helpme.com/view.asp?id=11540
http://www.123helpme.com/view.asp?id=9873
http://www.123helpme.com/view.asp?id=14893
vioent on tv
http://www.123helpme.com/view.asp?id=11338
Censorship in Europe
Government Internet censorship

argument censorship
http://news.bbc.co.uk/1/hi/entertainment/1014052.stm
http://www.123helpme.com/preview.asp?id=57776
http://www.123helpme.com/view.asp?id=15821
http://www.123helpme.com/view.asp?id=9874
http://www.123helpme.com/view.asp?id=16175
http://www.123helpme.com/view.asp?id=18288
http://www.123helpme.com/view.asp?id=10445
Category: Academy, News | Leave a Comment
Friday, July 28th, 2006 | Author: susheewa
อาทิตย์นี้ผ่านไปเร็วมาก เรียนๆแบบ งงๆ ไม่รู้จะปรับตัวได้เมื่อไหร่ แต่ยังดีกว่าอาทิตย์แรก เริ่มดีขึ้นเนื่องจากเริ่มชินกับสำเนียงเพื่อนๆ และเพื่อนๆก็คงชินกับสำเนียงเรา แหมก็จะไม่ให้ชินได้ไง พอเพื่อนพูดทีไร เราต้องเอ๋อ ทำหน้าเหล๋อหล๋าทุกที เพราะเพื่อนในห้องแต่ละคน มาจากจีน ใต้หวัน เสปน ฮ่องกง โปรตุเกส สำเนียงงี้ อังกฤษสุดๆ เหอๆ(ซะเมื่อไหร่) ยิ่งบางคน พูดแบบ อมอะไรไว้ในปาก เบาซะจนเกือบจะเอาหูไปชิดกะปากมัน แถมต้องเอามือปิดจมูกด้วย แหมก็ยังกะไม่แปรงฟันมาสิบวัน โคตรๆเลย
ตอนหลังมันคงรู้ตัวว่าเราทำหน้าเบ้เวลามันอ้าปากพูด เลยไปปรับปรุงกลิ่นมา อิอิ ก็นะ จะให้ทำหน้าระรื่นได้ไง แถมกว่าจะฟังกันรู้เรื่องต้องให้มันอธิบายซะยืดยาว ยิ่งพวกจีน ใต้หวัน พวกนี้ติด Talking Dictionary ยิ่งกว่าอะไร ไปไหนพกไปด้วย ครูพูดคำไหน มันกดคำนั้น กว่าจะคุยกะมานรู้เรื่อง ต้องรอให้มันจิ้มเสร็จ พร้อมอ่านคำแปลเป็นภาษาบ้านมัน มีอยู่คนนึง ในคลาส การตลาด มันจะกดซะทุกคำเลย จนเรารอจะ Discuss กะมันต้องรอให้มันเข้าใจคำนั้นก่อน เราถึงจะคุยกันรู้เรื่อง ทำให้เราเสียเวลามากๆ อยากจะขโมยดิกมันไปซ่อนซะเหลือเกิน จะถามเราก็ไมเอานะ แหมเราก็รู้อยู่ว่ามันแปลว่าอะไร เฮ้อ มิน่ามีน้องคนไทยคนนึง แซว เวลาบอกว่าจหาซื้อ talking Dict โดนแซวเลยว่าพี่จะทำตัวเหมือนพวกจีนหรอ แสดงว่าพวกนี้เป็นมานาน ตั้งแต่รุ่นเก่าๆ เป็นอันที่รู้กันว่า พวกนี้ติด Talking Dict ยังกะเด็กติดขวดนม
อาทิตย์นี้เรียนไปส่วนใหญ่อาจารย์ก็ให้ไอเดียเกียวกับการ take note ซึ่งจะมีหลายวิธี
เช่น ทำแบบ Linear , Pattern , Table, Diagram, mind map, flowchart ก็ได้ความรู้ดี เสียแต่ว่า ทำยากเพราะมันติดแต่จะจดอย่างเดียว เลยคิดว่าถ้าฝึกหรือทำได้จนคล่องถ้าจะประหยัดเวลาไม่น้อยเวลานั่งฟังเลคเชอร์ หรืออ่านหนังสืออะไร
นอกจากการจดบันทึกก็จะฝึกการพูด แม้จะพูดกันไม่ค่อยจะรู้เรื่องก็ยังได้พูด ในห้องฟังครูรู้เรื่องที่สุดอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นคงต้องใช้เวลาในการปรับตัวหล่ะ
และท้ายสุดก็เรียนเรื่องการเขียน ประเด็นร้อนในการเขียนก็คือเรื่อง Censorship ที่จะต้องเขียนเป็นรายงานส่งสุดท้าย 1500 คำด้วย คิไม่ออกเลย กะเหรี่ยงอย่างเราเสาร์อาทิตย์นี้ต้องส่ง Draft แรกเสียด้วย เอาไงดีหล่ะเนี่ย
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Tuesday, July 25th, 2006 | Author: susheewa

และแล้ววันเกิดก็มาครบอีกรอบ เพิ่งระลึกได้เมื่อคืนก่อนเอง ทำไมทำมาก็ลืมซะเอง เพราะมันไม่มีอะไรจะให้ตื่น ในใจเริ่มเกลียดวันเกิดขึ้นตะหงิด เพราะถ้ามันวนมาถึงก็เป็นกันต้องมานั่งคิดว่า เอนี่เราอายุเท่าไหร่แล้วหว่า เหอๆ เพราะมันการตอกย้ำความแก่ให้กับตัวเองนั่นเอง
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Monday, July 24th, 2006 | Author: susheewa

มาถึงลอนดอนตอนแรก แปลกใจนิดหน่อย ว่าเอนี่เรามาผิดประเทศหรือเปล่า พอมาถึง Leicester ยิ่งตกกะใจแทบจะกระโดดขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยไม่ทัน พร้อมกับหยิกดูตัวเองว่าฝันไปหรือขึ้นเครื่องผิดหรือเปล่า นึกว่าหลงมาประเทศอินเดีย เพราะเดินไปทางไหน ก็เจอแต่อินเดีย พีเพิล เต็มไปหมด สอบถามจากคนพื้นเมืองก็ได้ความว่า ก็อินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษไง คนอินเดียเลยมาตั้งรกรากที่อังกฤษกันเยอะ แต่ก็เยอะมากเป็นบางเมืองนะ ที่อยู่มากๆก็ลอนดอน และก็เมืองนี้น่ะหล่ะ แถมอินเดียที่อังกฤษไม่ใช้ขี้ขี้นะ พวกชนชั้นศักดินา และพวกชนชั้นที่ร่ำรวยอ่ะ มิน่าเดินไปทางไหนในตลาดก็ร้านแขก อพาตเม้นท์หรือบ้านเช่า ก็แขกเป็นเจ้าของ เอแล้วคนพื้นเมืองเขาจะมีอะไรเป็นเจ้าของบ้างเนี่ย
ขอบอกถ้าใครไม่ชอบแขกก็เปลี่ยนใจไปเมืองอื่นได้ หรือไม่ก็สืบให้ดีเสียก่อน เพราะไม่งั้นจะถอนตัวไม่ขึ้น เพราะเข้ามาแล้วก็ต้องทำใจอ่ะ เหมือนที่นั่งบนให้กะเหรี่ยงชายฟังว่า ช่างมานเหอะ เราก็อย่าไปมองเขามากสิ อิอิถ้าไม่ชอบ
ที่ไหนได้ย้ายมาอยู่หอที่นี่ใหม่ๆ เจออินเดียกลุ่มใหญ่มาสัมมนาอะไรสักอย่าง ทั้ง Block มีเราห้องเดียวที่เป็นคนแปลกหน้า นอกนั้นเขาครอง ต้องทนอยู่กับความขมขื่นทั้งอาทิตย์กว่าพวกนี้จะกลับลอนดอน เศร้ามาก นอนไม่ค่อยหลับเลย โหวกเหวกโวยวายกันตั้งแต่ตีห้า กินอะไรก็ไม่เก็บล้าง ห้องครัวงี้สกปรกจนเราทนไม่ได้ต้องมาดูดฝุ่นกันทุกทีที่เห็น ในใจก็ภาวนา ขอให้ถึงวันอาทิตย์เร็วๆ เพราะเขามาอยู่ก่อนเราและจะออกไปอีกไม่กี่วัน เรื่องกลิ่นแรงไม่ว่า แต่เรื่องไม่เคารพกติกาหรือเกรงใจกันนี่สิ เศร้า
เป็นชีวิตที่ต้องทำใจอีกอย่างที่ต้องมาตกระกำอยู่ที่ ประเทศอินเดีย เอ๊ยประเทศอังกฤษแต่อินเดียยึดครอง
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Sunday, July 23rd, 2006 | Author: susheewa
แรกๆ งงมากเลยตั้งแต่ตอนไปชิคาโกปีก่อน ไอ้ที่เขาโฆษณาว่ามีทั้ง washing and Dryer แหมไอ้เราก็นึกถึงบ้านเราอ่ะ ก็เครื่องซักผ้าบ้านเรามันอยู่ในตัวเสร็จ แต่เมืองนอกมันแยกกัน และ Dryer ของมันนิ ออกมาร้อนฉ่าแบบไฟฟ้าสถิตทำงานเลย ใส่ได้เลยว่างั้น มาอังกฤษไม่ใช้ Dryer และ washing ธรรมดานะขอบอก มันมีอะไรให้ท้าทายกะเหรี่ยงเสมอว่าจะใช้เป็นป่าว ก็มันดันไฮโซแบบใช้บัตรรูดเอา บัตรเติมเงินก่อนนะ แล้วมารูด แหมไฮโซซะสมเป็นเมืองผู้รากมากดีเลย หน้าตาไอ้เครื่องซักมันก็งั้นๆนี่เอง พอวันศุกร์ก็เลยไปซื้อบัตรมาก่อน Office จะปิด ที่นี่จะถูกกว่าที่อื่นหน่อย คือซัก 1.5 อบแห้ง 1.5 จะซักผ้าทีก็ 3 ปอนด์ แถมถ้าใช้บัตรต้องไปเสียค่ามัดจำบัตรอีก 5 ปอนด์ เอาเป็นว่ากว่าจะซักผ้าได้อาทิตย์นี้เสียไป 8 ปอนด์ (อย่าได้ไปคิดเป็นเงินไทยเชียว)

หน้าตาเครื่องอบมันก็แบบนี้อ่ะเอง แต่ความจุมันจะมากกว่าเครื่องซัก ข้อแนะนำคือครั้งต่อไป ควรเติมเงินสำหรับการซักสองถัง แต่ใช้เครื่องอบแค่ถังเดียว จึงจะพอสำหรับการซักแบบอาทิตย์นึงซักทีอ่ะ และก็สองคน คิดดูว่ามันจะมากซะขนาดไหน
คำเตือน
1 ถ้าใช้ไม่เป็นให้อ่านคู่มือการใช้อย่างละเอียด ทำตามขั้นตอนไม่งั้นเครื่องมันจะไม่ทำงาน
2 ให้เอาหนังสือหรือการบ้านมาทำ หาอะไรมากิน หรือนั่งจีบกันขณะซักผ้า เพราะว่ามันบอกเอาไว้ว่า ห้ามไปไหนขณะซัก ไม่งั้นมันจะมาแอบเอาผ้าคุณไป ถ้าคุณไม่อยู่ และเสียค่าไถ่คืนมากกว่าค่าซักอีก ตั้ง 2.5 ปอนด์ ซิบๆเลยอ่ะขูดกัน

Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Friday, July 21st, 2006 | Author: susheewa
เดิน Leicester จนรองเท้าสึกไปสองคู่ ใครๆถามว่าทำไมไม่นั่งรถ อ๊ะ อ๊ะ ช่างไม่รู้เสียแล้ว ก็ที่ถูกสุดใครจะมาขึ้นรถเมล์อ้อม เพราะทางมันเป็น one way บอกแล้วไง แค่ค่าแท๊กซี่เลี้ยวโค้งเดียวก็ สองกว่าปอนด์แล้ว รถเมล์หรอ ราคาเร่มต้น นั่งห้านาทีถึง ก็ปอนด์ครึ่ง ดังนั้นไปไหนมาไหนเดินเอาดีที่สุด กลับไปน่องคงโตเป็นแน่แท้
มาได้วันสองวัน น้องเกดก็พาชมเมือง โดยเฉพาะร้านของถูก และร้านของอร่อยที่เจ้าหล่อนเคยชิมมาหมดแล้วจนทั่ว ทีนี้หล่ะเราจะรู้แหล่งแล้วว่าอะรจะซื้อได้ที่ไหน จ้องเอาว่าที่นี้มีลดกระหน่ำกันวันไหน หรือไอ้เฉพาะที่ Buy one get one อ่ะกะเหรี่ยงอย่างเราชอบนัก
วันก่อนเดินหากาวทารองเท้า (เนื่องจากรองเท้าสึกจริงไม่ได้โม้ หรืออุปมาอุปมัย) กว่าจะได้ เดินไปสองวัน ตามห้างไม่มี เดินมาหลายห้างแล้ว ท้ายสุดมาได้ที่ร้ายขายหนังสือ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าร้านหนังสือถึงมีกาว ถ้ากาว Latex อ่ะจะไม่สงสัยมาก แต่นี้กาวติดรองเท้า ขนาดถามร้านขายรองเท้ามันยังบอกไม่มีเลย แล้วเราจะไปถามใครหล่ะเนี่ย เอาเป็นว่า ถ้าใครจะถามหากาวธรรมดา ให้ใช้ Glue แต่ถ้าจะไปซื้อกาวติดรองเท้า ติดหนัง ติดไม้ อย่างหนา ไม่ใช่ตราช้างหรอกนะ แต่ให้ใช้ว่า Super Glue หรือโคตรกาวนั่นอ่ะ เขาถึงจะถึงบางอ้อ
พอได้กาวแล้ว สบายใจอย่างน้อยก็เอาไปซ่อมรองเท้ามาใช้ใหม่ได้ ไม่ได้เสียดายตังค์ที่จะซื้อใหม่นักหรอก แต่เสียดายเวลาและแรง ที่อุตส่าห์หอบมาอย่างหนัก มาใช้แป๊บเดียวพังเสียแล้ว เฮ้อ ทำไมของบ้านเรามันถึงไม่ค่อยอยากจะมาโชว์คุณภาพที่เมืองนอกนักก็ไม่รู้ เดินไปผ่านตลาดสด เลยเข้าไปแวะชม อืมม ผักที่นี่ถูกมากกว่าใน super market จริงๆ เลยได้มาหลายอย่าง อย่างน้อยกินผัดผักน้ำมันหอยทุกวันก็คงจะอยู่รอด(ชีวิตสาวเมืองนอกจะอยู่รอดได้ด้วยน้ำมันหอย)555
ดีใจได้แหล่งซื้อผักถูกแล้ว เพราะไม่ไหวดูในห้างราคามากกว่าปอนด์หมดเลย แถมอย่างละลูกสองลูก กินทีคิดหนักเลย
คำเตือน
จากน้องเกด อย่าได้คิดซื้อผลไม้ เพราะเราจะไม่มีสิทธิ์เลือก และมันจะรวมมาทั้งผลไม้เน่าๆ ช้ำๆกับ ผลไม้ดีๆ ถ้าจะกินผลไม้ดีๆเดินตามห้างดีกว่า แพงหน่อยแต่คุณภาพโอเค ส่วนผักใช้ได้เพราะลองซื้อมาแล้วค่ะ
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Wednesday, July 19th, 2006 | Author: susheewa
ช่วงอาทิตย์แรกที่ผ่านมา นอกจากเรียนกลางวัน เย็นก็จะมีนัดกับพวก agent ดูบ้าน เฮ้อ เดินจนรองเท้าสึกอ่ะหล่ะ หาบ้านไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องดูบ้านที่เขายอมให้กะเหรี่ยงอย่างเรานอนด้วยกันได้ ไม่งั้นตรูจะตามกันมาทำไมอ่ะ ถ้าต้องแยกกันนอนแยะกันอยู่ บ้านที่ชอบก็แพงซะ
หลังนี้เป็น อพาตเม้นท์อยู่ใจกลางเมือง ชอบมากเลย แต่แขกเป็นเจ้าของ เลยติดจะงกๆไงไม่ไม่รู้ ราคา 525 ปอนด์ต่อเดือน มัดจำอีก 325 ปอนด์ ค่าทำความสะอาดอีก 35 ปอนด์ อันนี้จ่ายครั้งเดียวต่อปี ค่าเนตต่างหาก รวมๆแล้วถ้าอยากอยู่อย่างหรูใจกลางเมือง ก็ต้อง 600 ปอนด์เป็นอย่างต่ำเฉพาะค่าบ้านนะ ค่ากินก็คงต้องกินแกลบเอา
เรื่องนึงที่ต้องคิดหนักหน่อยคือ มันไม่มีลิฟท์ โหย งก สุดๆ ไม่อยากจะคิดตอนขนกระเป๋าขึ้นเลย โอว ไม่นะ

Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Monday, July 17th, 2006 | Author: susheewa

วันที่ไปเจอเจมี่แต่เช้าเพื่อเชคเอ้าท์บ้าน เจมี่ถามก็บอกว่าจะไปอยู่กะเกดก่อน ไงก็ไม่อยากอยู่แล้วที่นี่ เสียงดังมากเลย ทรมานยิ่งนอนไม่หลับกะฟ้าที่ไม่ยอมมืดแล้วมาเจอเสียงอีก ไงก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าออก ดูเจมี่จะกังวลเลยพาไปคุยกะ Student Housing Office แต่เช้าเลยจ่ายค่าห้องไปและก็บอกว่าจะออกเย็นนี้แน่ๆ
หลังจากนั้นก็เจอปอ ปอพาไปที่เรียนภาษา เจอซูซาน Director ของที่เรียนภาษา ก็เข้าไปเรียน ไม่อยากจะบอกเลยว่า อยากจะบ้าตาย อยู่เมกาเจอพวกเกาหลี ญี่ป่นเยอะแล้ว ยังดีที่มีโปแลนด์บ้าง มานี่นะ นักเรียน 14 คน มีมาจาก จีน ฮ่องกง ใต้หวัน ซะ 9 คน นอกนั้นมากจากประเทศอะไรก็ไม่รู้ นึกไม่ออก เพราะชื่อมันเหมือนตก ไม่อยู่ในแผนที่โลก อีกคน อีกคนก็มาจาก เสปน ญี่ป่น มาเลย์ รวมไทยไปสุดท้ายอีกคนก็เป็นสิบสี่ จะฟังกันรู้เรื่องไหมเนี่ย ฟังออกแต่ครูคนเดียว
หลังจากเลิกเรียนบ่ายสามก็ไปที่ Victoria Hall กับปอ เพื่อดูหอ โชคดีที่มีห้องว่างอู่ห้อง เอาล่ะ ไงก็ดีกว่า ที่เดิม เลยเอาไว้ก่อน แม้จะต้องทำสัญญาและจ่ายเงินล่วงหน้าที่ละ 2 weeks ก็ยังดี เลยได้น้องๆ เกด กะปอ ไปช่วยย้ายของจากหอมาที่ Victoria Hall ห้องพักก็โอเคนะ ดี เตียงเล็กไปนิด แต่ก็นอนได้สองคนสำหรับคนตัวเล็กอย่างเราทั้งคู่ ยังมีเวลาหายใจหาบ้านอีกสองอาทิตย์ ค่อยว่ากันใหม่

วันนี้ที่อยู่ใหม่น่าอยู่ เงียบกว่าเดิมเยอะ มีห้องน้ำในตัวนี่ก็โอเคแล้ว ราคาห้อง
ราคาห้อง 78 pound/week
เสียค่าน้ำไฟ 5 pound/week
ค่าInternet 4 MB ไวสุดๆ 10 pound/week
ค่าเคื่องซักผ้าไฮโซสุดๆ เป็นเครดิตการ์ด แบบว่าเติมเงิน washing and dryer 1 ครั้ง + ค่ามัดจำการ์ดอีก 5 pound รวม 8 pound
คิดดูเหอะ ค่าใช้จ่ายเฉพาะที่พักต่ออาทิตย์ จะขนาดไหน อยู่เมืองไทย ค่าเช่าคอนโดเดือนละหมื่น ก็อยู่อย่างหรูแล้ว ที่นี่อ่ะ แบบนี้ก็บุญแล้ว

ดีนะที่มีห้องน้ำในตัว

ที่ต้องแชร์คือ ครัว กะมุมดูหนัง

มีทีวีให้ดู รวม

และมุมกินข้าว

Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Sunday, July 16th, 2006 | Author: susheewa
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Saturday, July 15th, 2006 | Author: susheewa
หลังจากที่นอนไม่หลับเพราะไอ้ซ้อมดับเพลิงเมื่อคืน บวกกับแปลกที่ แปลกเวลา เลยนอนไม่หลับ เข้าเนต บ่นๆให้ใครก็ตามที่ออนไลน์อยู่ตอนนั้นฟัง แหมก็ใครจะไปคิดว่าจะเจอแบบนี้ แถมที่หอก็มีแต่ ป.ตรี เด็ก High School เสียงดังยังกะนกกระจอกแตกรัง ไม่หลับไม่นอนกันหรือไงไม่รู้ เลยโทรหาเจมี่แต่เช้า ว่าจะคุยเรื่องหาบ้านให้รู้ดำรู้แดง ไปเจอเจมี่แค่แป๊บเดียว เขาก็บอกว่าจะดูๆให้แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะ Housing Officer ของมหาลัยปิดจะเปิดก็วันจันทร์ กรำ เราต้องทนอยู่กับหอโหวกเหวก ห้องน้ำ สิบต่อหนึ่ง นี่ไปจนถึงวันจันทร์เชียวหรอเนี่ย หลังจากเจอเจมี่เลยนัดกะปอ ไปเดินหาบ้าน หาพวก Agent ในเมือง ปอชวนไปดูบ้านด้วยกัน ก็ไปดู เดินไปไกลนิดหน่อย แต่ก็สภาพแวดล้อมใช้ได้ เสียแต่บ้านโทรมเชียว เลยไม่สนใจอย่างออกนอหน้ากัน

เดินไปก็กะเหรี่ยงสามีก็เก็บภาพไป ไม่ให้ตกหล่น ฟ้างามนี่นา อยู่เมืองไทยไม่ค่อยจะเจอฟ้าเยี่ยงนี้บ่อยนัก

หลังจากนั้นก็เข้าเมืองไปชมเมืองต่อพร้อมกับเดินไปที่สถานีรถไฟ เพื่อดูชะตากรรมต่อไปว่าถ้าเราจะนั่งรถไฟไปลอนดอนจะทำไง
จนเย็นได้ที่เราก็กลับมาเก็บภาพรอบๆที่พักกันบ้าง Bede Hall อยู่ใกล้แม่น้ำ เลยมีหงส์ให้ดู

Category: Memorandum, News | Leave a Comment