Meet-N-Greet
Wednesday, January 31st, 2007 | Author: susheewa
มีโอกาสได้จัดงานพบปะสังสรรค์กับพวกที่เรียนโทเอกทั้งหมดวันนี้ ไม่มีอะไรมากนอกจากกิน คุย และรู้จักเพื่อน
More Pictures
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Wednesday, January 31st, 2007 | Author: susheewa
มีโอกาสได้จัดงานพบปะสังสรรค์กับพวกที่เรียนโทเอกทั้งหมดวันนี้ ไม่มีอะไรมากนอกจากกิน คุย และรู้จักเพื่อน
More Pictures
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Saturday, January 27th, 2007 | Author: susheewa
เนื่องจากได้โดนเทียบเชิญให้เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมบริหารขององค์กรนิสิตปริญญาเอกของมหาลัย ไม่รู้ดีหรือไม่ดี รู้แต่ว่า กิจกรรมเยอะอีกแล้วเรา ตามประสาคนอยู่นิ่งไม่เป็น อีกเหตุผลนึงก็คงอยากเพิ่มรสชาดให้ชีวิต ดีกว่าชีวิตมาเรียนอย่างเดียว อยู่กับหนังสือ อยู่กับตำรา ซึ่งถ้าไม่สังคมกับใครเลย ก็คงยากที่จะพัฒนาการพูดการฟังเพิ่มได้ เพราะชีวิตการเรียน ป.เอกที่อังกฤษ ถ้าเรียนอย่างเดียวก็อยู่แต่กับหนังสือ และคุยกะ supervisor อย่างน้อยเดือนละครั้งเอง เลยทำให้ตัดสินมใจที่จะร่วมทีม เป็น 1 ใน 8 ของ Executive member รับผิดชอบงานถ่าบรูปและดูแลเวปไซด์ให้สมาคม โอ้ก็น่าภูมิใจอยู่นะ ที่เขาเห็นถึงความสามารถ อิอิ
เมื่อคืนเลยได้ไปร่วมกิจกรรม วันผีเดิน “Ghost Walk” แรกๆก็งง มันจะทำอะไรกันนะ นึกภาพไม่ออกว่าไปแล้วเราจะต้องทำตัวเป็นผีเดินพาเหรด หรือว่าประกวดนางงามผีหรือเปล่า ก็ไม่เคยนิ พอไปถึง อ้าวถึงได้รู้ว่าเขาจะมีไกด์ที่เป็นคนเก่าของที่นี่ ก็คงเป็นไกด์ทัวร์อ่ะ มาเล่าเรื่องแล้วก็เดินไปตามตึก หรือจุดต่างๆที่มีตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ผี และคนเห็นผี รวมทั้งมีหลักฐานยืนยันจากหนังสือพิมพ์ว่ามีคนได้ยินพร้อมกันหลายคนถึงเรื่องวิญญาณเหล่านั้น นึกไปนึกว่าไอ้เราก็ไม่ขำ ไม่กลัวเนื่องจากผีไทยยังไม่เคยเจอ ผีฝรั่งยิ่งนึกภาพไม่ออก พอลุงแกทำตาลุกวาว หรือทำอะไรแบบให้เราตกใจกันเล่นขณะเดินไปโน่นนี่ เราเลยเฉยๆ มีอยู่ตอนนึงเดินตามกันมาหลัดๆ คนเล่าดันหาย ก็ให้ข้องใจกันว่า แกหายตัวได้หรือเปล่า ทำไมหายไปไหน มองไม่ทัน ประกฏว่าแกไปแอบอยู่ซอกตึก แป่วเลย ตกใจหมดนึกว่าโดนอุ้มไปแล้ว
มีอยู่ตึกนึง ไปยืนหน้าตึกแล้วแกก็บอกว่า มีคนกระโดดตึก ที่ตึกนี้หล่นมาดังโพล๊ะ เลือดสาดกระจาย ทุกคนร้องยี้ เพราะแกเล่าไปก็จะเหมือนให้เรานึกภาพตามไป แล้วแกก็ถามว่าทำไม เราก็เพื่อนอีกคนไม่รู้สึกอะไรเลย ก็เลยบอกว่า ชินแล้วกะเจอคนไข้เลือดกระจายมาแบบนี้ ถึงนึกภาพตามก็ไม่สยองนัก แต่พอบอกว่า คนตายก็ยังคงวนเวียน ไปมาแถวนี้ ให้คนได้เห็นกันบ้าง เวลามองขึ้นไปบนตึก ดาดฟ้า เราก็มองตามกันไป อืมม มันมืดอ่ะ มองไปเห็นเสาบนดาดฟ้าเลยแอบขำเล็กน้อย มันเหมือนคนตรงไหนหว่า
ก็สนุกสนานกันพอควรบวกกับอากาศเย็นมาก แขนขาชาเลย มาจบที่เข้าไปสุสานตอนดึกประมาณสี่ทุ่มที่ Victoria Castle เหอๆ นึกว่าจะถ่ายรูปติดใครมาด้วยเหมือนกัน ได้รู้ประวัติเรื่องเล่าของเมืองไปในตัวก็โอเค วันนี้ได้คุยกะน้องคนไทยอีกคน เขาบอกว่า เขาเคยไปเที่ยวที่เมืองอื่น เขาก็จะมี Ghost walk แบบนี้เหมือนกัน เลยรู้ว่า อืมมมันเป็นการเที่ยวแบบนึงนี่เอง นี่ถ้าเอาไปใช้เมืองไทย จะมีคนกล้าไปไหมเนี่ย ชักอยากรู้ ไปตามบ้านแม่นาค บ้านร้างดึกๆ ก็สยองแล้ว ไม่เคยเจอแต่ไม่เคยลบหลู่นา อิอิ
Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Tuesday, January 23rd, 2007 | Author: susheewa
Denzin and Lincoln (1994) define qualitative research:
“Qualitative research is multi-method in focus, involving an interpretive, naturalistic approach to its subject matter. This means that qualitative researchers study things in their natural settings, attempting to make sense of or interpret phenomena in terms of the meanings people bring to them. Qualitative research involves the studied use and collection of a variety of empirical materials case study, personal experience, introspective, life story interview, observational, historical, interactional, and visual texts-that describe routine and problematic moments and meaning in individuals’ lives. “
Cresswell (1994) defines it as:
“Qualitative research is an inquiry process of understanding based on distinct methodological traditions of inquiry that explore a social or human problem. The researcher builds a complex, holistic picture, analyzes words, reports detailed views of informants, and conducts the study in a natural setting.”
Catherine(1989) stated that qualitative study is not suitable to explore in depth of information regarding the individual attitudes, motivation, behavior, beliefs and feelings as efficient as qualitative design.
Characteristics of Qualitative Research
An exploratory and Descriptive focus Emergent Design Data Collection in the natural setting Emphasis on ?human-as-instrument? Qualitative methods of data collection Early and On-going inductive analysis
Cresswell (1994) divides qualitative research into five main Qualitative Research Types and identifies the key challenges of each mode of inquiry.
The Biography Phenomenology Grounded Theory Ethnography Case Study
Advice on writing up a qualitative study From http://www.psy.dmu.ac.uk/michael/qual_writing.htm
Introduction
Remember that your goal in the introduction is to provide a rationale for your method (e.g. to explain why it is that you?re about to do whatever it is that you?re about to do). An introduction is not a literature review, but any literature review that you may have written will inform your introduction. Link your paragraphs together with comments which show how your argument for the rationale is developing.
Make sure that you:
Introduce the general subject matter briefly (a paragraph or two of general context will do). E.g. ?Relationship break-up is of interest to psychologists because ??
Identify a particular area of interest with reference to the academic literature.
Use this literature concisely and critically to develop some picture of the current state of research into your particular area.
Identify a particular issue (one which is problematic in, or absent from, recent research) which your study will aim to address. Obviously, you will have identified this already, perhaps with some ideas about your preferred approach in mind, but you still need to make a case for it, for the benefit of your reader.
Explain the approach that you are taking to the investigation of this issue, giving due attention to explaining why this particular approach is suitable (this will involve some discussion of the theory behind your method - see below).
With qualitative work, you won?t be very likely to conclude your introduction with a hypothesis (you are not likely to be testing a prediction - instead you are exploring something - constructions, speech acts, language use, experience etc) but you should provide a paragraph which summarises your rationale, and re-iterates what it is that you hope to discover more about - you can think of this as clarifying your research question, rather than writing your hypothesis.
References. http://www.computing.dcu.ie/~hruskin/RM2.htm http://www.psy.dmu.ac.uk/michael/qual_writing.htm http://scholar.lib.vt.edu/ejournals/JTE/v9n1/hoepfl.html
Category: News | Leave a Comment
Tuesday, January 23rd, 2007 | Author: susheewa
Despite infection disease mortality rate has decrease steadily, infectious disieases has been found in certiain countries.
There are many factors contributed to the transmission and spread of infectious diseases, but in considering why disease emergences an increasing problem in recent years, modern demographic and environmental conditions are the prime importance. These factors include microbial adaptation and evolution, population growth and movements, human behaviors, ecological and environmental changes, and technologies for food and water processing. (Brain,2000 p 2)
The most common problems that can be found in many study is cross-infection between healthcare provider and patients i.e. lack of hand washing, lack of infectious maintaining and so all.
All healthcare settings around the world face the problem of healthcare-associated infections (HCAIs). Rates of infection vary
between countries and within the same country depending on resources, interest of caregivers and healthcare staff, and
patients’ socio-economic situation. According to recent publications, 10?70% of HCAIs are preventable. Failure to comply with
guidelines on hand hygiene, glove and gown use, and barrier nursing is a problem and unnecessary infection control measures
are costly.(Hambraeus,2005)
Refferences Hambraeus,A.2006.Journal of Hospital Infection.Lowbury Lecture 2005: infection control from a global perspective.Volume 64, Issue 3 ,Pages 217-223. Cross-infection prevention, basic hygiene practices and education within nursing and health care in Latvia: a Swedish?Latvian practice development project Infection Control: Old Problems and New Challenges Lowbury Lecture 2005: infection control from a global perspective
Category: News | Leave a Comment
Sunday, January 21st, 2007 | Author: susheewa
There are three types of validity 1)Construct validity ; 2)Content validity 3) Criterion validity - Predictive validity - Concurrent validity
More.. http://wbc.msu.ac.th/wbc/edu/0504304/lesson7.htm This web I recommend because it is easy to understand. http://staff1.kmutt.ac.th/~isumalor/kapweb/Page2.7.php
Category: News | Leave a Comment
Tuesday, January 16th, 2007 | Author: susheewa

15 มกราคม 2007: 5.00 เมื่อวานได้รับข่าวร้ายจากที่บ้าน ทำอะไรไม่ถูกแม้แต่จะอ่านหนังสือต่อ รู้แต่ว่าแว่บใดที่คิดถึงพ่อเฒ่า น้ำตาก็จะไหลออกมาเสียให้ได้ทุกที จนตาบวมโทรไปหาแม่ โทรหาน้อง จะกลับไปดีไหม สับสนไปหมด แม่บอกว่า พ่อเฒ่าแกจากไปอย่าสงบ ไม่ทรมานเหมือนหลับไป เฉยๆและมารู้อีกทีตอนตีห้า เมื่อเวลาที่ท่านจะต้องตื่นมาทานข้าวทุกวัน ทุกคนถึงได้รู้ว่าท่านได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบ
มาถึงวันนี้ความรู้สึกก็ดีขึ้นบ้าง กำลังพยายามที่จะตั้งสติเขียนถึงท่านในวันนี้ให้จบเพียงเพื่ออยากจะเก็บเอาไว้ในความทรงจำว่า หนูไม่เคยลืมท่านเลย เพราะท่านเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และรูปที่ถ่ายมาก็คือสองปีที่แล้ว แทบจะเป็นเดือนเดียวกันกะที่ท่านเสียในวันที่ 15 มกราคม เพียงแต่วันมันห่างกันแค่สิบวัน ตอนนั้นท่านก็ยังลุกนั่งเดินได้บ้าง แต่ต้องพยุง ท่านเป็นคนสู้ชีวิต และทำงานหนัก ไปถามป่าถางหญ้าทุกวัน ตั้งแต่หนุ่ม จนกระทั่งเดินไม่ไหว ท่านเป็นคนที่ดุและดื้อ มากที่สุด แต่ในความเป็นจริงใจดีกับเรามากจึงมีแต่เราเท่านั้นที่สามารถขอให้ท่านทำโน่นทำนี่ได้
ด้วยความที่เป็นคนรุ่นเก่า ไม่ชอบไป รพ. ไม่ชอบกินยา ท่านก็ไม่ยอมที่จะไปหาหมอและบอกว่า ถ้าเป็นอะไร ขอตายที่บ้านแห่งนี้ ทุกปี จึงมีลูกหลานวนกันไปเยี่ยมท่าน
รื้อรูปเก่าๆออกมาพาลจะให้น้ำตาไหลอีกแล้ว ขอให้พ่อเฒ่าของหนู ไปอย่างสงบและอยู่ในสวรรค์ที่สามาถมองเห็นพวกเรา และเป็นกำลังใจให้หนูตลอดไป
ก่อนเดินทางสองวัน ก็ไปหราบท่านก่อนมา ท่านยังบอกเลย ว่าไปไกลมากแล้วท่านจะไปหาได้อย่างไร ท่านจะให้พระพายมากระซิบถึงไหม ว่าท่านคิดถึง แต่ท่านก็ลังเลที่จะบอกว่า จะอยู่รอดีไหม หรือจะไม่รอ จนเราต้องคาดคั้นท่านว่า ไม่ได้ ท่านต้องอยู่รอเราเรียนจบ ท่านต้องอยู่ แล้วท่านก็พยักหน้ารับ ในตอนนั้นท่านลุกเดินไปไหนไม่ได้แล้ว แต่ยังทานได้เก่ง และก็ยอมลุกนั่งเมื่อประคอง ดังนั้นจึงคิดว่า อีกสี่ปี ท่านก็น่าจะอยู่ได้น่า แป๊บเดียวเอง มาที่นี่จำได้ว่าเคยโทรไปคุยกะท่านท่านยังท่องคาถาอะไรไม่รู้ ให้พรเลย
หนูขอให้พ่อเฒ่า ชายผู้เป็นแบบอย่างของการต่อสู้เป็นผู้นำครอบครัวที่ดี เป็นคนตรงและเป็นคนเด็ดขาดมากๆคนนึง หลับอย่างสบาย และขอให้ท่านอยู่ในใจของหนูและพวกเราตลอดไปเขียนต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ

Category: Memorandum, News | Leave a Comment
Monday, January 15th, 2007 | Author: susheewa
ถ้าบอกว่าการเรียนง่าย คงไม่ใช่ แต่จะว่ายาก ก็ไม่ยาก ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความอึดและความขยันมากกว่า
บางคนสติปัญญา ไอคิวไม่ได้มีมากมาแต่กำเนิดเนื่องจากยีนไม่ให้แต่ใจรัก ก็เรียนได้ประสบความสำเร็จกันถมถืดไป
ชีวิตการเรียนจึงมีทั้งสุข (เวลาได้เอ) ทุกข์ (เวลาซ่อม)มีเหงา (เวลาทำงานส่งอาจารย์ ต้องปั่นสุดฤทธิ์)มีร้องไห้ (เวลาครูคอมเม้นท์โหด แบบว่า ที่เธอทำมาไม่โดนใจฉานเลย)
ตั้งแต่เรียน ตรี โท จนมาเรียนเอก ตอนนี้รู้สึกว่า ดีกรีความเครียดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ใครว่าดอกเตอร์จบง่ายๆ ก็คงจะง่ายถ้าเราเรียนแบบไม่ซีเรียส หรือไปตามน้ำไปวันๆ แต่วันนั้นความภาคภูมิใจคงจะมีน้อยเพราะไม่รู้จบมาได้ไง ใครถามอะไรไม่รู้สักเรื่องแม้แต่เรื่องที่ตัวเองทำวิจัย จะว่ามีไม่มีคนแบบนี้ก็ไม่ใช่เพราะเคยเจอมากับตัวแล้ว และก็เลยฝังใจว่า เราจะไม่เป็นแบบนั้นเด็ดขาด การมาเรียนเอกในครั้งนี้จึงคาดหวังกับตัวเองไว้สูงพอสมควร ไม่งั้นงั้นไม่ถ่อมาเรียนถึงต่างบ้านต่างเมือง เรียนบ้านเราดีก่า ถ้าไม่ได้อะไรดีๆจากที่นี่ไป เพื่อใช้พัฒนางานตัวเอง หรือทำให้ความรู้ทางวิชาการมากขึ้น ก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านดีก่า
ทำไมเลือกเรียนเรียนใน มหาลัยที่ไม่ติด Top ten Top 5 เป็นคำถามที่ตอบไม่ยากเลย หนึ่งคือ รู้สมรรถนะตัวเองดี ว่าภาษามีแค่ไหน การเรียนเอกไม่ยากแต่มาเรียนเอกที่เขาไม่ได้สอนภาษาไทย มันยากนะขอบอก ถึงแม้ว่าจะสอบได้คะแนนภาษาอังกฤษดีมาแล้ว ก็ใช่ว่าเวลามาใช้จริงจะง่ายไปเสียหมด ขอบอกว่ายาก โดยเฉพาะการเลือกมาที่อังกฤษ พี่ที่ไปอเมริกาบอกว่าไปโน่นปีแรกต้องปรับตัวเยอะมาก เรียนไม่ทันต้องทั้งอัดเทป ททั้งหาอาจารย์ที่ปรึกษาบ่อยๆ ต้องอ่านมาก มาเจอที่นี่ นรกมีจริง แถมเรียนส่วนใหญ่เน้นไปอ่านเอง เรียนผ่านเวป ส่งงานตามกำหนด เขียนเกินโดนตัดคะแนน เขียนไม่โดนใจโดนตัดคะแนน อย่าคิดว่าเป็นนักเรียนอินเตอร์แล้วจะยกเว้น ตัดเกรด เปรียบเทียบกะเด็กอังกฤษหมด เฮ้อ เศร้า มันไม่ง่ายเลยฟังครูยังได้ไม่ครบร้อยเปอเซ็นต์เลย ฟังเพื่อนยิ่งแล้ว บางคนมาจากสกอตแลนด์ แม้แต่ครูยังฟังมันไม่ออกเลย แล้วจะให้กะเหรี่ยงบ้านนอกอย่างเราฟังออกไอ้ยังไง คิดดูถ้าห้องนึงมีนักเรียนมาจากภาคเหนือภาคกลางภาคใต้ มาเรียนรวมกัน ถึงแม้ว่าจะใช้ภาษากลางแต่ก็ฟังยาก
ไม่ต้องบอกว่า วันแรกที่เข้าเรียนแทบจะเอ๋อ นั่งน้ำลายไหลเพราะตื้นตันใจ ที่ฟังใครไม่รู้เรื่องเลยสักคน อ้อ ยังดี ตอนนั้นฟังครูพอจะรู้เรื่อง เอาเทปไปอัดด้วยเพราะโดนเตี๊ยมมาอย่างดีแล้ว ว่าให้อัดไว้เลยแล้วค่อยมาฟังอีกรอบ ถ้าเราเก็บรายละเอียดที่ครูพูดได้ไม่หมด ไอ้ที่เรียนการ take note ก่อนเรียนจริงก็พอจะใช้ประโยชน์ได้บ้าง แต่พอมัวแต่จดโน๊ต อ้าวครูเมื่อกี้พูดอยู่ตรงนี้ นี่ไปถึงไหนแล้ว ว๊อยยยยยย อยากจะกลั้นใจตายลงไปชักดิ้นชักงอ เนื่องจากตามไม่ทัน เอาว่ะเริ่มใหม่จากตรงนี้ ที่ไม่ทันเดี๋ยวไปเก็บตกเปิดจากเทปเอา มีเรียนวิชานี้วิชาเดียวหล่ะที่เรียนในห้อง นอกนั้นเรียนออนไลน์ ให้งานสองวิชาเรียนตามเวลาหนึ่งวิชา งงไหมเนี่ย ที่บอกแบบนี้ ก็คือ เป็นเวลาการวิจัยเชิงปริมาณ และวิจัยเชิงคุณภาพ มีครูสองคน สอนคนละอย่าง คนนึงเชิงปริมาณ คนนึงเชิงคุณภาพ แต่ในหนึ่งสับดาห์ ต้องอ่าน module ของครูสองคนนี้ให้ทันแล้วทำการบ้านส่งขึ้น blackboard ไอ้เราอ่ะเจ้าแม่ไอทีกะอีเลินนิ่งมาแล้วแค่นี้ไม่กลัวหรอก 555 ไม่กลัวเลยเรื่องเรียนแบบนี้ แต่ที่จะตายเอาคืออ่านหนังสือตะหาก ต้องอ่านไอ้สองตัวนี้ทุกอาทติย์ และต้องอ่านไอ้วิชาที่เรียนเลคเชอร์ในห้องอีก ชีวิตจะเหลือความสุขอะไรให้เชยชมนอกจาก หาความสุขกะการทำอาหารกินไปวันๆ การเข้าเครัวทำโน่นทำนี่จึงเป็นกิจกรรมคลายเครียดได้พอสมควร พอทำอาหารกินเสร็จก็อ่านหนังสือ ชีวิตวนเวียนอยู่แค่นี้สำหรับการเรียนเอก เรื่องเที่ยวเอาไว้ก่อน ขอผ่านปีที่แสนโหดไปก่อนเพราะหนังสือเป็นตั้งต้องทะยอยอ่าน
ชีวิตช่วงนี้เลยนอนไม่เป็นเวลา จะหลับก็ตีสี่ บางทีก็ไหลๆหลับๆเลื้อยๆเอาหน้าจอคอม อ่านไปย่อไปลง Endnote จะให้กลับมาอ่านอีกรอบไม่ไหว แรกๆกว่าจะอ่านได้หน้าต้องทำความเข้าใจมากๆ ยิ่งพวกปรัชญาทางวิจัย อ่านสามรอบยังไม่เก็ตเลย ที่รู้คือต้องทน ท่องไว้ ต้องทน คนเราจะเก่งได้ต้องขยัน เลยต้องอ่านให้เยอะ อ่านจนวางหนังสือไม่ลงถ้ายังไม่จบเล่มนี้ ก็ไม่สามารถเริ่มเล่มอื่นได้ ไม่รู้ว่าคนอื่นที่เรียนเอกจะเป็นแบบนี้ไหม แต่ตัวเองเป็นจริง บางวันเครียดนอนไม่หลับเด้งตื่นขึ้นมา ต้องหาไวน์กินให้หลับ ไม่รู้มันเครียดอะไรนักหนา กลัวอ่ะ กลัวเข้าใจผิด กลัวทำไม่โดนใจครู เพราะมันไม่ใช่ภาษาเรา แล้วครูแต่ละคน standard ก็ไม่เหมือนกัน มันเศร้าจริงๆนะ แล้วคิดดู ถ้าไปเรียน ออกฟอร์ด เคมบริด จะเครียดขนาดไหน นี่ขนาดยูเล็กๆ แทบจะหาชื่อเมืองไม่เจอในแผนที่อังกฤษเลย ยังเครียดขนาดนี้ อีกอย่างขอบอกว่าอย่ายึดติดกะ Ranking มาก เพราะมันขึ้นอยู่กับตัวเรามากกว่า ว่าโปรเจคที่ทำมันท้าทายและมีคุณค่าขนาดไหนเมื่อจบไป แล้วอาจารย์พร้อมที่จะเล่นกะเราไหม ไอ้ ranking ที่นี่ที่รู้คือ เขาวัดกันที่จำนวนหนังสือในห้องสมุด กะหนังสือเก่าสมัย โค ตะ ระ พ่อแม่เราเรียน ถ้ายังหาเจอในห้องสมุดถือว่า เก๋าจริง กะปริมาณหนังสือ เรื่องการเรียนไม่ค่อยต่างกันมาก อย่างยูที่เมืองนี้มียูสองยู ยูนึง ชื่อ Leicester เลย Rank 30 กว่า แต่พอนักเรียนไทยทั้งสองยูมานั่งคุยกัน ยูที่เราเรียนดันโหดกว่าเยอะ เรียนหนักกว่าเยอะ แต่อีกยูสบายๆ ชอปปิ้งกัน ท่องยุโรปกันเป็นว่าเล่น จนทำให้อีกยูอิจฉาเล่น เลยขอบอกว่า อย่าไปยึดติดกะ ranking มากนัก ให้ความสำคัญกะงานที่จะทำแล้วคิดว่า มันจะนำไปใช้ได้มากขนาดไหนดีกว่า
โครงการที่ทำก็กะจะทำอะไรที่ท้าทายซับซ้อน นี่ยังไม่รู้เลยว่า supervisor จะโอเคเล่นกะเราไหม เพราะเป็น coparatvie study และก็จะเอา best practise จะหว่างสองประเทศมาสร้างโมเดลใหม่เพื่อใช้กะบ้านเรา ถ้าซุปไม่เล่นด้วยจะทำไงดีนี่ หายูอื่นเรียนหรือจะทำเรื่องง่ายๆ ไม่เอาแน่ๆ ถ้าทำ survey เรียนเมืองไทยดีก่า ไม่มาเรียนถึงนี่หรอก พรุ่งนี้นัดกะซุปไว้ เลยเครียด ไม่รู้แกจะว่าไง เพระเพิ่งทำ proposal เสร็จ ต้องขอบใจเพื่อนรักคนนึง กิติยา ที่เป็น methodologist คนเก่งศิษย์อาจารย์สมหวัง ช่วยชี้แนะให้ นี่ก็มาเครียดเรียน Postdoc อยู่ที่เยอรมันใกล้ๆกัน เออ จะเรียนไปทำไมอ่ะเนี่ยเยอะแยะ ทำไมไม่ไปมีลูกมีเต้าให้มันมีความสุขในชีวิตครอบครัว หลายครั้งที่ท้อๆ ก็คิดเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเรียนอยู่ดี เพราะคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองได้มากกว่านี้ และก็จะให้อยู่เฉยๆกะบ้าน คงบ้าเหมือนกัน เพราะมันเด็ก Hyper อยู่นิ่งไม่เป็น
ชีวิตตอนนี้เลยต้องอดททน และต้องอึดมากๆ ใครไม่อยากเครียดก็อย่าหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้ก็ดีค่ะ

Category: News | 2 Comments
Sunday, January 14th, 2007 | Author: susheewa
เครื่องปรุง
มะละกอ
มะเขือเทศ
ถั่วฟักยาว
ถั่วลิสงคั่ว
มะนาว
พริกขี้หนูสด สามถึงสี่เม็ด
น้ำมะขามเปียก ครึ่งช้อน
น้ำปลา
น้ำตาลปี๊ป
กุ้งแห้ง
ปู เค็ม หรือจะปูม้าก็ได้แล้วแต่ชอบ
วิธีทำ ตำทุกอย่างเข้าด้วยกัน ใส่มะละกอหลังสุดจะได้ไม่เละมาก ชิมจนชอบ อิอิ ถั่วกะกุ้งแห้งเอาไว้ราดก็ได้ค่ะ
Category: Food:Recipe | Leave a Comment
Saturday, January 13th, 2007 | Author: susheewa
เพื่อนที่น่ารักคนนึงส่งลิงค์มาให้ค่ะ อ่านแล้วเลยนึกถึงน้องๆที่เรียน business เลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ ที่กำลังทำวิจัย เพราะเข้าใจง่ายดี
การออกแบบแบบสอบถาม โดย ศิริวรรณ เสรีรัตน์
การออกแบบแบบสอบถามตามวิธีวิจัยเชิงสำรวจที่ดีควรครอบคลุมเนื้อหาและสามารถตอบวัตถุประสงค์การวิจัยได้ การออกแบบแบบสอบถามต้องพิจารณาในสิ่งต่อไปนี้
( สอบถามแล้วได้ผลเหมือนกันทุกครั้ง) และมีความเทียงตรง ( Validity ) ( ตรวจสอบได้ผู้เขียนข้อมูล หาค่า IOC หรือ X.SD )
ก. คำถามปลายเปิด( Open ? ended Question )เป็นคำถามที่ผู้วิจัยไม่ได้กำหนดกำหนด) คำตอบไว้ เช่น ท่านมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาองค์กรอย่างไร ผู้วิจัยต้องรวบรวมข้อสรุปของคำตอบ
ข. คำถามปลายปิด(Close - ended Question) เป็นคำถามซึ่งมีทางเลือกให้ตอบกำหนดไว้คงที่
ตอบคำถามแบบมีคำตอบให้เลือกได้ 2 ข้อ (Simple ? dichotomy question
หรือ Two ? way question ) เป็นคำถามซึ่งต้องการให้ผู้ตอบเลือก 1 คำตอบ จาก 2 คำตอบที่เป็นทางเลือก ตัวอย่าง
ท่านคิดว่าบริษัทของท่านควรมีการปรับปรุงใช้การรื้อปรับปรุงระบบใหม่ (Reengineering ) หรือไม่
1.ควรปรับปรุง 2. ไม่ควรปรับปรุง
ไปอ่านต่อที่นี่นะคะ
http://web.udru.ac.th/~sutad18/ http://web.udru.ac.th/~sutad18/new2/01.html
Category: News | Leave a Comment
Friday, January 12th, 2007 | Author: susheewa
เครื่องปรุง ปูทะเลเนื้อหรือไข่ (ตามชอบ) 1 ตัว ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสด 1/2 ถ้วย ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1-2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมบุบพอแตก 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมหั่นท่อน 2-3 ต้น ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1 ต้น พริกไทยป่น น้ำมันหอย 2 ชช หอมใหญ่
วิธีทำ อันดับแรก นำปูที่เตรียมไว้ล้างให้สะอาด อาจจะสับออกเป็นชิ้นๆ เพื่อความสะดวกในการกิน แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงตีไข่ให้ขึ้นฟู จากนั้นใส่นมสด น้ำพริกเผา และผงกะหรี่ ตีให้เข้ากันอีกครั้ง
เสร็จแล้วตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง พอร้อนได้ที่ใส่น้ำมันพืชและกระเทียมสับ ผัดพอเหลือง ใส่ปูลงไปผัด เติมน้ำซุปเล็กน้อย จนปูสุกเป็นสีแดง แล้วใส่เครื่องปรุงทั้งหมดผัดให้ซึมเข้าเนื้อปู
ตีไข่ที่พักไว้อีกครั้งแล้วค่อยๆ เทให้ทั่วกระทะ แล้วรีบคนไข่กับปูให้เข้ากัน พอไข่เริ่มเกาะเนื้อปู ใส่ต้นหอม ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้าแดงลงไปผัด พอสุกก็ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
Category: Food:Recipe | 3 Comments