Home

Archive » September, 2007 «

First time to see my baby

Wednesday, September 19th, 2007 | Author: susheewa

IMG_1103.jpg

วันนี้ไปทำ Ultrasound มาที่นี่จะนัดทำสองครั้งด้วยกัน คือครั้งแรกเพื่อดู Anatomy ทั่วๆไปและดูอายุครรภ์เพราะบางทีคุณแม่หลายคนจะจำ ประจำเดือนครั้งสุดท้าย(LMP) ไม่ค่อยได้ การทำ NT scan จึงจะช่วยได้ ครั้งที่สอง การทำ scan จะดูรายละเอียดทั่วไปได้มากขึ้น เช่นอาจจะรู้เลยว่าเพศอ่ะ ทีแรกลุ้นจะแย่นึกว่าวันนี้จะรู้เลย แต่ก็ต้องรอแสกนครั้งต่อไปอีกสองอาทิตย์แน่ะ ลุ้นกันต่อไปแต่จะยังไงก็ตาม หญิงก็ได้ชายก็ดี ดีแล้วที่ไม่มีสองพร้อมกัน ไม่งั้นต้องทำวีซ่าให้แม่มาด่วนเลย อิอิ ที่นี่คงเอาไม่อยู่แน่ๆ

ผลการทำวันนี้ผ่านไปด้วยดี ตอนนี้อายุครรภ์ก็ 19 weeks พอดีเด๊ะเลย ดูรูปแล้วสงสารชะมัด นอนคว่ำหน้าคุดคู้เลย ท่าทางจะเครียดป่าวอ่ะเนี่ยลูกฉาน

Prev: มาถึงครึ่งทางแล้วไอ้ตัวเล็ก

Category: MyBaby | Leave a Comment

กิน กิน กิน

Tuesday, September 18th, 2007 | Author: susheewa

IMG_0155-2.jpg 21 weeks

คำนี้ต้องท่องไว้ กินเพื่อลูก สู้เพื่อลูก ๕๕๕ ถ้าวันไหนไม่อยากกินอะไรพ่อเขาจะพยายามเตือนสติแม่เสมอ เดี๋ยวลูกหิวบ้าง กินเพื่อลูกบ้าง ตอนนี้สี่เดือนแล้ว ก็เลยพยายามกินๆๆ ให้มาก ถ้ารู้สึกกินคนเดียวไม่สนุกก็ชวนคนอื่นมาช่วยกิน ถ้ารู้สึกกินในบ้านไม่สนุกก็ไปหาบนนยากาศข้างนอกกิน ๕๕๕ more pictures http://leuk.multiply.com/photos/album/73/2007-09-08PicnicVictoria_Park

Category: MyBaby | Leave a Comment

18 weeks

Monday, September 17th, 2007 | Author: susheewa

IMG_0306-3.jpg

จะมาถึงครึ่งทางแล้ว ดีใจ ไอ้ตัวเล็กก็เริ่มถีบเก่ง บิดขี้เกียจก็ที่หนึ่งเลย ท่าจะเมื่อยอยากออกมาข้างนอกซะเต็มประดา เล่นเอาซะแม่ไม่ได้หลับได้นอนเลยลูกเอ๊ย นี่ขนาดท้องยังแค่ห้าเดือนนะเนี่ย สงสัยออกมามันคงซนเป็นลิง วิ่งไล่จับกันไม่ทัน

ตอนนี้ลูกคงตัวยาวประมาณสิบห้าเซนติเมตร วัดจากหัวถึงก้น แขนขาก็คงขดตัวอยู่ยืดมากไม่ได้มากเนื่องจากเนื่อที่จำกัด สังเกตจากเวลาลูกบิดขี้เกียจตัวยาวประมาณครึ่งไม้บรรทัดพอดี ท้องงี้เรียวไม่กลมเลยละลูกเอ๋ย ตื่นเต้นดีนั่งดูไปก็ลูบท้องไป ตอนนี้เจ้าก็คงจะได้ยินเสียงแม่แล้ว เพราะพัฒนาการทางการได้ยินเริ่มทำงานดีขึ้น ออกมาหวังว่าคงจะจำเสียงแม่ได้นะที่อุตส่าห์พูดกรอกหูเจ้าทุกวัน จะแข่งกันกะพ่อเจ้าว่า เจ้าจะหันตามเสียงใครมากกว่ากัน นี่ติดนิสัยพวกคนอังกฤษแล้วนะแม่นะ อะไรๆก็ต้องมีพนันกันบ้าง อิอิ

Category: MyBaby | 2 Comments

First Aid : การปฐมพยาบาล

Wednesday, September 12th, 2007 | Author: susheewa

b01-02-l5.jpg

คือการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นควรตรวจผู้ป่วยก่อนดังนี้

อาการผิดปกติของร่างกายที่เราต้องสังเกตุเมื่อมีผู้ได้รับบาดเจ็บคือ - การมีเลือดออกจากร่างกาย มีบาดแผล หรือกระดูกหักหรือไม่ - การหยุดหายใจ ซึ่งถ้ามีต้องรีบให้การช่วยเหลือโดยการผายปอดโดยด่วน โดยการให้ผู้ป่วยนอนราบ ล้วงเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย จับผู้ป่วยแหงนหน้าขึ้น คลายเสื้อผ่ฃ้าให้หลวม ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และก้มเอามือปิดจมูกผู้ป่วยและเป่าปาก จำนวน14-18 ครั้ง/นาที ในผู้ใหญ่ และ 20-25 นาทีในเด็ก - ช็อค หรือไม่ สังเกตุว่ามีใบหน้าซ๊ด เหงื่อออก ตัวเย็น ชีพจร เบาเร็ว ความดันโลหิตต่ำ อาจหมดสติ

การปฐมพยาบาลคนเป็นลม อาการเป็นลมมี 2 ลักษณะกล่าวคือ เป็นลมธรรมดา ผู้ป่วยจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หน้าซีด ปากซีด ชีพจรเบาเร็ว ตัวเย็น เป็นต้น เป็นลมแดด ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ ต่อมาเวียนศีรษะ กระหายน้ำ หน้าแดงแห้งและร้อน ชีพจรเต้นแรงเร็ว หายใจลึกเร็ว อุณหภูมิสูงประมาณ 40 องศาเซลเซียส หรือมากกว่า เป็นต้น

การปฐมพยาบาล ห้ามคนมุงดูผู้ป่วย พาเข้าที่ร่มที่อากาศถ่ายเท คลายเสื้อผ้าให้หลวม และให้ดมแอมโมเนียหอม จัดท่านอนผู้ป่วยให้ศีรษะต่ำ ยกเท้าสูงและใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามหน้าผาก มือ และ เท้าแต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการหายใจผิดปกติ ให้ผู้ป่วยนอนตะแคงไปข้างใดข้างหนึ่ง ล้วงเอาสิ่งแปลกปลอมในปากออกให้หมด และช่วยผายปอด การปฐมพยาบาล การเป็นลมแดด รีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่ม อย่าให้คนมุง และอากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้นให้คลายเสื้อผ้าให้หลวม เช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ให้ดื่มน้ำเย็น แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้นำส่งโรงพยาบาล

การได้รับบาดเจ็บ ลักษณะของบาดแผลแต่ละชนิด -แผลฟกช้ำ เป็นแผลที่ไม่มีรอยแยกของผัวหนัง เกิดจากของไม่มีคมกระแทก จะมีการบวมเกิดขึ้นใน 24-48 ชั่วโมงหลังจากได้รับบาดเจ็บ -แผลข่วนหรือถลอก เป็นแผลตื้นเพียงผิวหนังถลอก จะมีเลือดน้อยหรือหยุดได้เอง ไม่ค่อยอันตราย แต่มีความสกปรก แผลชนิดนี้สาเหตุอาจมาจากหกล้มหรือไปครูดกับของแข็ง -แผลตัด ขอบแผลของแผลชนิดนี้มักจะเรียบชิดกัน แผลแคบแต่ยาว มีเลือดออกได้มาก ถ้าสะอาดมักจะหายเร็ว บาดแผลชนิดนี้เกิดจากวัตถุมีคม -แผลฉีกขาด เกิดจากแรงกระแทกของวัตถุไม่มีคมขอบแผลมักฉีกขาดกระรุ่งกระริ่ง ซึ่งเนื้อเยื่อจะถูกทำลายและมีโอกาสติดเชื้อได้มาก -แผลถูกแทง เกิดจากของแหลม ตำ หรือแทงเข้าไป -แผลถูกยิง เกิดจากกระสุนปืน การปฐมพยาบาล ถ้ามีเลือดออก จะต้องห้ามเลือด ถ้ามีอาการช็อคหรือเป็นลม ควรรักษาอาการช็อคหรือเป็นลมก่อน โดยให้ผู้ป่วยนอนศรีษะต่ำ ยกปลายเท้าให้สูงขึ้น ใช้ผ้าห่มหรือกระเป๋าน้ำร้อนวาง ทำความสะอาดแผล ด้วยเครื่องมือเครื่องใช้ที่สะอาด น้ำยาชะล้างบาดแผลที่หามาได้ง่าย ถ้าบาดแผลสกปรกหรือลึกมาก ควรปล่อยให้เลือดออกบ้างแล้วจึงทำความสะอาดบาดแผ่ลต่อไป ถ้าเป็นบาดแผลใหญ่หรือมีการอักเสบมาก ควรให้ส่วนที่แผลนั้นพักนิ่งๆ แล้วรีบพาไปหาหมอ วิธีการทำแผล ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนตกแต่งบาดแผล บริเวณบาดแผลใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำยาบอริก 3% หรือน้ำด่างทับทิมล้าง และซับให้แห้งด้วยผ้าปลอดเชื้อที่สะอาด ใช้แอลกอฮอล์ 70% เช็ดรอบแผลโดยวนออกมาข้างนอกทางเดียว ปิดแผลด้วยผ้าสะอาด ปิดปลาสเตอร์หรือใช้ผ้าพันแล้วแต่ความเหมาะสม วิธีการทำแผลเฉพาะแต่ละชนิด แผลถลอก ให้ล้างแผลด้วยน้ำสุกและสบู่ เอากรวดดินที่อยู่ในแผลออกให้หมดเช็ดรอบด้วยแอลกอฮอล์ ทาแผลด้วยยาใส่แผลสด ยาแดง ยาเหลือง ใช้ผ้ากอซสะอาดผิดแผล แต่ไม่ควรปิดตลอดไป อาจปล่อยให้หายเองได แผลมีดบาด บีบให้เลือดออกมาบ้าง และถ้ามีฝุ่นผงหรือสกปรกให้ล้างด้วยน้ำสุกกับสบู่ แล้วให้ใส่ยาแดง ยาใส่แผลสด หรือยาเหลือง และพันรัดขอบแผลให้ติดกัน แผลลึก แผลถึงกระดูก หรือมีกระดูกโผล่ออกมา ให้ทำการห้ามเลือด แล้วใช้ผ้าสะอาดคลุมบาดแผล ห้ามจับยัดกระดูกเข้าไป แล้วรีบพาไปหาหมอ แผลถูกยิง ให้ผู้ป่วยนอนนิ่ง ห่มผ้าให้อบอุ่นเพื่อป้องกันการช็อค ไม่ให้สิ่งใดทางปาก

กระดูกหัก ข้อเคลื่อน ข้อเคลื่อน หมายถึง การที่กระดูก หรือหัวกระดูกเคลื่อนออกไปจากตำแหน่งที่มันเคยอยู่ตามปกติ กระดูกหัก หมายถึง การที่กระดูกมีรอยแตกแยกออกจากกัน หรือเคลื่อนที่ออกจากกัน แบ่งเป็น Closed Fracture คือหักแบบไม่มีบาดแผล และแบบ Open Fracture คือหักแบบมีบาดแผลทะลุออกมานอกผิวหนัง

การปฐมพยาบาล โดยการหาอุปกรณ์ ที่มีอยู่ใกล้ตัวเช่น ไม้ ผ้าสามาเหลี่ยม มาตรึงส่วนที่หักหรือเคลื่อนไว้ เพื่อไม่ให้ อวัยวะส่วนนั้นหัก หรือไปทิ่มแทงส่วนอื่นให้ได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดความเจ็บปวด มีบาแผล และเสียเลือดมากขึ้น จนกว่าผู้ป่วยจะไปถึงโรงพยาบาล

สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย

วัตถุแปลกปลอมเข้าตา อาจเป็นพวกเศษฝุ่นละอองเล็กๆ เศษเหล็ก แก้วชิ้นเล็กๆ ปลิวเข้าที่กระจกตาหรือเยื่อบุตา อาการ ระคายตา น้ำตาไหล ปวดตา ลืมตาไม่ขึ้น การปฐมพยาบาล ล้างตาด้วยน้ำสะอาด แล้วพลิกหนังตาค้นหาสิงแปลกปลอม ใช้สำลีพันปลายไม่เขี่ยออก ถ้าไม่ออกพยายามอย่าเขี่ย ห้ามขยี้ตา แล้วป้ายตาด้วยขี้ผึ้งหยอดตา คลอแรมเฟนิคอล หรือ เทอร์รามัยซิน หรือน้ำมันมะกอก แล้วปิดตา พันผ้าเพื่อไม่ให้ตาเคลื่อนไหว ถ้าปวดให้ยาแก้ปวด วัตถุแปลกปลอมเข้าหูให้ตะแคงศรีษะ หันหูข้างนั้นลง ให้ของหล่นออกมา แต่ถ้าไม่ออก ควรไปหาหมอ แมลงเข้าหู อาการ ผู้ป่วยจะรู้สึกหูอื้อรำคาญ การได้ยินเสียงอาจเสียไป การปฐมพยาบาล หยอดหูข้างนั้นด้วยน้ำอุ่นๆ จนเต็ม เพื่อให้แมลงลอยขึ้นมา ถ้ามีประวัติว่ามีหูน้ำหนวกหรือแก้วหูทะลุไม่ใช้น้ำ แต่ถ้าใช้น้ำไม่ได้ผล ใช้แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ หยอดลงไปเพื่อให้แมลงตาย และรีบนำส่งโรงพยาบาล สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก บีบรูจมูกข้างที่ไม่มีของอยู่ แล้วสั่งข้างที่ไม่มีของอยู่ แล้วสั่งข้างที่มีของอยู่แรงๆ ไม่ควรแคะ แต่ถ้าไม่ออก ควรไปหาหมอ สิ่งแปลกปลอมติดคอ การปฐมพยาบาล ถ้าเป็นก้างปลาเล็กๆ ให้กลืนน้ำอึกใหญ่ หรือข้าวเป็นก้อนๆ ถ้าไม่ออกพยายามอย่าเขี่ยหรือดึง ถ้าเป็นเด็กเล็กให้รีบจับเท้าทั้งสองข้าง ห้อยศรีษะลงแล้วตบกลางหลังแรงๆ เพื่อให้ไอออกมา ถ้าเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ให้ยืนก้มตัวมากๆ และห้อยหัวลง ผู้ปฐมพยาบาล ใช้แขนซ้ายสอดรั้งไว้ ใช้มือขวาตบกลางหลังแรงๆ อาจไอออกมาได้ ถ้ามีการหายใจขัด ช่วยด้วยการผายปอด สิ่งแปลกปลอมตกลงไปในกระเพาะอาหาร ให้รีบรับประทานขนมปัง ขนมฝรั่ง หรือขนมสาลี่ เข้าไปจำนวนมาก โดยอย่าให้ยาถ่ายเป็นอันขาด แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล

ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ไฟฟ้าช๊อต

แผลน้ำร้อนหรือไฟลวก ให้ปฐมพยาบาล ดังนี้ 1. ให้แช่บริเวณที่ถูกลวกลงในน้ำเย็นที่สะอาด อาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งวางหรือโปะ 2. ถ้าหนังไม่พุพองหรือหลุดลอก ให้ล้างแผลให้สะอาด ซับให้แห้งแล้วทาด้วยครีมเพร็ดนิโซโลนบางๆ หรืออาจใช้น้ำปูนใสกับน้ำมันมะพร้าว อย่างละเท่ากัน ตีให้เข้ากันทาก็ได้ 3. ถ้าเป็นตุ่มพองเล็กน้อย ถ้าเกิดที่ฝ่ามือให้ล้างให้สะอาด ไม่ควรเจาะออก ถ้าเกิดที่แขนขา หลังมือ หลังเท้า ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำกับสบู่ ใช้มีดหรือกรรไกรที่แช่แอลกอฮอล์เจาะ ใช้ผ้าก๊อชกดซับน้ำเหลือง ทาด้วยยาใส่แผลสด แล้วพันด้วยผ้าพันแผลให้แน่น 4.ถ้าหนังหลุดลอกชนาดไม่เกิน 2 ถึง 3 ฝ่ามือ ถ้าเกิดตามตัวหรือแขนขา ใ ห้ทำความสะอาดด้วยน้ำกับสบู่ แล้วทาด้วยยารักษาแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก วันละ 1ถึง 2 ครั้ง ถ้าปวดกินยาแก้ปวด ถ้าอักเสลเป็นหนองกินยาปฏิชีวนะ เช่น เพนวี แอมพิซิลลิน เตตร้าซัยคลีน และควรฉีดยากันบาดทะยัก ถ้าเป็นที่ขาให้ยกสูงไว้เสมอ ถ้าเกิดที่ใบหน้าหรือข้อพับต่างๆ ควรไปหาหมอ 5. ถ้าหนังหลุดลอกมากกว่า 3 ฝ่ามือ เปลื้องเสื้อผ้าออกจากบริเวณที่ถูกลวก ถ้าถอดลำบาก ควรตัดออกเป็นชิ้นๆ ให้นอนยกเท้าสูงเล็กน้อย ถ้ามีกำไลหรือแหวนให้ถอดออก ถ้ากระหายน้ำ ให้ดื่มน้ำเกลือซึ่งประกอบด้วย น้ำสุก 1 ขวดน้ำขวดน้ำปลา น้ำตาลทราย 2 กำมือ เกลือ 1 ถึง 2 ห ยิบมือ นำมาผสมรวมกัน หรือต้มรวมกันก็ได้ ถ้าปวดให้กินยาแก้ปวด ควรใช้ผ้าสะอาดคลุมแผล แล้วรีบนำส่งแพทย์

แมลงสัตว์หรือสัตว์มีพิษ

แผลงูพิษกัด ดูรอยแผล ซึ่งถ้าเป็นงูพิษจะมีรอยเขี้ยว 1 หรือ 2 จุด ใช้เชือกหรือยางรัดเหนื่อแผลพอสมควรอย่าให้แน่นมาก ให้นอนนิ่ง พูดปลอบใจอย่าให้กลัว หรือตกใจ ห้ามมิให้สุรา ยาดองเหล้า ยากล่อมประสาท รีบพาไปหาหมอ ควรนำงูไปด้วย ถ้าหยุดหายใจ ให้เป่าปากช่วยหายใจ แผลแมลงกัดต่อย ใช้หลอดดูดนมเล็กๆ แข็งๆ ครอบจุดที่กัดแล้วกดลงให้เหล็กไนโผล่ แล้วดึงเอาเหล็กไนออก ทาแผลด้วยแอมโมเนีย ถ้าปวดกินยาแก้ปวด อาจใช้น้ำแข็งประคบ ถ้ามีอาการบวมหรือหายใจไม่ออกควรไปหาหมอ ตะขาบ แมงมุม แมงป่อง ทาแผลด้วยแอมโมเนีย ถ้าปวดให้กินยาแก้ปวด อาจใช้น้ำแข็งประคบ ถ้าปวดมาก พาไปหาหมอ พิษสัตว์ทะเล (รวมทั้งเงี่ยงปลามีพิษ ) ให้รีบแช่น้ำร้อนจัดพอทน (40 องศาเซลเซียส) นานประมาณ 4-5 นาทีจะหายปวดได้ แผลถูกแมงกะพรุนไฟ ใช้ทรายหรือใบผักบุ้งทะเล ถูบริเวณนั้นเพื่อเอาเมือกออก ล้างน้ำกับสบู่ ทาด้วยน้ำปูนใส แอมโมเนีย แผลสัตว์กัด ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่หลายๆครั้ง แล้วชะแผลด้วยแอลกอฮอล์ ฉีดยาป้องกันบาดทะยัก ถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขังสัตว์และเลี้ยงไว้ 10วัน ถ้าสัตว์ตายภายใน 10 วัน ให้ส่งศพไปตรวจที่สภานเสาวภาหรือโรงพยาบาล ควรฉีดยาป้องกันโรคกลัวน้ำ

ยาพิษ

การปฐมพยาบาลเกี่ยวกับยาพิษในที่นี้หมายรวมทั้ง สารมีพิษ หรือยาฆ่าแมลงหรือกินยาเกินขนาด ซึ่งมีหลักในการปัจจุบันพยาบาลดังนี้ ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ หรือคลำชีพจรไม่ได้ ต้องช่วยการหายใจและนวดหัวใจ ในกรณีที่เพิ่งได้ยาพิษหรือยาเกินขนาดเข้าไป ถ้าตามริมฝีปากและลำคอไม่มีรอยไหม้ หรือไม่มีกลิ่นน้ำมันก๊าส หรือน้ำมันเบนซิน และผู้ป่วยไม่หมดสติ พยายามล้วงคอให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมา ถ้าล้วงคอแล้วยังไม่อาเจียน อาจใช้น้ำเกลือแก่ๆ เช่น น้ำปลาหรือไข่ดิบกรอก ให้ผู้ป่วยอาเจียน ในกรณีที่ริมฝีปากมีรอยไหม้ มีกลิ่นน้ำมันก๊าสหรือน้ำมันเบนซิน ใ ห้รีบพาไปหาหมอ อย่าล้วงคอผู้ป่วยและอย่าทำให้ผู้ป่วยอาเจียนด้วยวิธีใดๆ พยายามตรวจค้นว่าผู้ป่วยได้กินยาหรือรับยาอะไร ชนิดใด เก็บสลากยา ขวดยา หรือภาชนะใส่ยา ถ้าหาได้ นำไปพร้อมกับนำผู้ป่วยไปหาหมอ

Category: Surgery-Medical | Leave a Comment

Chest Percussion and suction: การเคาะและการดูดเสมหะ

Saturday, September 08th, 2007 | Author: susheewa

การเคาะ (Percussion)

หลักการทั่วไป

1) ควรงดอาหารหรือนมก่อน 30 นาที 2)การจัดท่าเพื่อระบายเสมหะ เป็นวิธีการที่อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก (gravity) เป็นหลักโดยจัดให้ส่วนของปอดที่ต้องการระบายอยู่เหนือกว่าหลอดลมและปากทำให้เสมหะไหลออกจากหลอดลมเล็กสู่หลอดลมใหญ่ และถูกขับออกโดยกระตุ้นให้ผู้ป่วยไอและบ้วนเสมหะ 3)การเคาะ(Percussion) ใช้อุ้งมือไม่ควรใช้ฝ่ามือ โดยทำมือให้เป็นลักษณะคุ้มนิ้วแต่ละนิ้วชิดกันที่เรียกว่า cupped hand เคาะบริเวณทรวงอกส่วนที่ได้รับการจัดท่า 4)ใช้ผ้ารองบนส่วนที่จะเคาะ 5)การเคาะแต่ละท่าควรใช้เวลาประมาณ 1 นาที 6)ขณะเคาะหากผู้ป่วยไอ ควรหยุดเคาะให้ใช้การสั่นสะเทือนแทน โดยใช้มือวางราบพร้อมทั้งเกร็งกล้ามเนื้อ บริเวณต้นแขนและหัวไหล่ ในจังหวะการหายใจเข้าเต็มที่ และ กำลังหายใจออก 7)ในเด็กโตฝึกการไอให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ผู้ป่วยหายใจเข้าเต็มที่ช้าๆ กลั้นไว้สักครู่ และไอออกมาโดยเร็วและแรงในเด็กเล็กใช้การ suction ช่วย 8)ควรเคาะก่อนรับประทานอาหารหรือขณะท้องว่าง หรืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการสำลักและอาเจียน

more…

Category: News, Pediatric | One Comment

Postural Drainage: การจัดท่านอนเพื่อระบายเสมหะ

Friday, September 07th, 2007 | Author: susheewa

18084.jpg

การจัดท่าเพื่อระบายเสมหะ (Position)

เรียกอีกอย่างว่า Chest Physical Therapy เป็นการจัดท่านอนเพื่อระบายเสมหะในผู้ป่วยที่มีเสมหะคั่งในปอดมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็น ปอดบวม Pneumonia และ Cystic Fibrosis มักจะทำก่อนที่จะมีการเคาะปอดและ suction โดยทั่วไปจะมีทั้งหมด 12 ท่า ขึ้นอยู่กับว่าจะมีพยาธสภาพที่ปอด Lobe ใด

หลักการ

  • อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก ช่วยระบายเสมหะจากส่วนต่างๆ ของปอด โดยจัดให้ส่วนของปอดที่มีเสมหะอุดตัน อยู่สูงกว่าทางออกของหลอดลม
  • เริ่มจากตําแหน่งที่มีพยาธิสภาพ แล้วจึงทําตำแหน่งอื่นที่เหลือ เป็นการป้องกัน
  • ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าต่างๆ ประมาณ 15 นาที ถ้าใช้การจัดท่าเพียงวิธีเดียว ถ้าใช้ร่วมกับการเคาะและสั่นสะเทือน ทําเพียงท่าละ 2-5 นาที
  • การจัดท่าเพื่อระบายเสมหะจาก segment ต่างๆ

lung_segment.jpg

  1. Upper lobes

up11lung.jpg

up11s.jpg

more…

Category: General, Pediatric | Comments off

Suction

Thursday, September 06th, 2007 | Author: susheewa

การดูดเสมหะ (suction) ข้อบ่งชี้ในการดูดเสมหะ

* ผู้ที่ใส่ท่อช่วยหายใจ
* ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว
* เด็กเล็กซึ่งไม่ร่วมมือ ไม่สามารถไอออกมาเองได้
* ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

วิธีการ

  1. เตรียมเครื่องมือ k-minvac-big.jpg

      * เครื่องดูดเสมหะ
      * resusitating bag (ในผู้ป่วยที่มีท่อช่วยหายใจ)
      * สายดูดเสมหะที่ขนาดเหมาะสม ในรายที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ขนาดสายไม่ควรเกิน 1/2 ของขนาดท่อช่วยหายใจ สายดูดเสมหะควรมีรูที่ตรงปลายและด้านข้าง
    

    suction_catheter.jpg

  2. ฟังเสียงปอดทั้ง 2 ข้าง ก่อนดูดเสมหะ
  3. ล้างมือให้สะอาด
  4. ใส่ถุงมือข้างที่ถนัด และจับสายดูดเสมหะด้วยวิธีปราศจากเชื้อ (ดังรูป)

suction_mouth.jpg

  1. ต่อสายดูดเสมหะกับเครื่องดูดเสมหะ เช็คระดับความดันที่เหมาะสมตามอายุ ดังนี้ ทารก ใช้ความดัน 50 - 70 มม.ปรอท เด็กเล็ก ” 70 - 90 ” เด็กโต ” 90-120 “
  2. ให้ผู้ป่วย hyperinflate ปอดอย่างน้อย 3 ครั้ง ด้วย 100% ออกซิเจน ทาง mask หรือ ท่อช่วยหายใจ ก่อนทําการดูดเสมหะ และหลังดูดเสมหะทุกครั้ง

  3. การใส่สายดูดเสมหะ

    7.1 ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ (Endotracheal suction) o ปลดท่อช่วยหายใจจากออกซิเจน o ค่อยๆ ใส่สายดูดเสมหะลงในท่อช่วยหายใจ โดยไม่ดูดเสมหะ o เมื่อสายลงจนสุด ให้ดึงกลับประมาณ 0.5 - 1 ซม. และเริ่มดูดเสมหะพร้อมกับดึงสายดูดเสมหะขึ้นเรื่อยๆ o ไม่ควรดูดเสมหะแต่ละครั้งนานเกิน 10 - 15 วินาที o ต่อท่อช่วยหายใจกับออกซิเจน

    7.2 การดูดเสมหะจากจมูกและปาก (nasopharyngeal sucjtion) o ห่อตัวเด็ก หรือให้ผู้ช่วยจับตัวเด็ก o หันหน้าไปด้านข้าง และแหงนหน้าขึ้น o หล่อลื่นสายด้วยน้ำสะอาด o ถ้ามีเสมหะในปาก ให้ดูดเสมหะในปากก่อนใส่สายเข้าทางจมูก เพราะการใส่สายทางจมูกจะทําให้เกิด inspiratory reflex สําลักเสมหะในปากได้ o ค่อยๆ ใส่สายเข้าทางจมูก โดยไม่ใช้แรงดัน ถ้าติดให้ถอยหลัง และใส่ใหม่ o เมื่อถึงบริเวณ nasopharynx ให้เริ่มดูดเสมหะพร้อมกับดึงสายออกทางจมูก o ให้ออกซิเจนก่อนและหลังดูดเสมหะทุกครั้ง Complication

  4. tracheobronchial trauma

  5. hypoxia
  6. cardiovascular change from hypoxia and vagal reflex
  7. atelectasis
  8. changes in intracranial pressure
  9. pneumothorax
  10. bronchospasm
  11. bacterial infection

suction_tube.mpg

GUIDELINES FOR PERFORMING SUCTION IN CHILDREN

AIM To maintain a patent airway and promote adequate ventilation

EQUIPMENT

Wall suction unit with container and connecting tubing Wall oxygen with oxygen tubing and mask Suction catheters size 6 FG ? 10 FG Non-sterile gloves Small disposable foil bowl filled with water Distilled water

ACTION

  1. Explain the procedure to the child and family to gain co-operation from the child and parents and to lessen anxiety about the procedure
  2. Obtain assistance to support the child 3.Offer the parents the option of staying for the procedure
  3. Wash and dry hands thoroughly to minimize the risk of infection 5.Assemble equipment 6.Place the child on his/her side, upright or in a comfortable position to prevent aspiration if patient does vomit

7.Switch on suction and attach catheter but leave in packaging.

Catheter size infants ? 6G, 7G, 8G Catheter size children ? 7G, 8G, 10G

  1. Adjust amount of suction Infants: 70 ? 100 mmHg 15 kPa Children: 90 ? 110 mmHg 15 ? 20 kPa This provides adequate vacuum to remove secretions without causing trauma to nasal/mouth mucosa

9.Administer oxygen via face mask for at least 1 minute before suctioning and after if needed to try to prevent suction-induced hypoxia and bradycardia from occuring

10.a) Put on gloves b)Remove the sterile catheter from the wrapper, grasping the catheter with the dominant hand without letting either glove or catheter touch anything c)To determine how far to insert the catheter, measure the distance between the tip of the nose and external opening of the ear

  1. a)Lubricate the end of the catheter with saliva from the child?s mouth or use sterile normal saline or water b)Gently insert the lubricated catheter into a nostril, using an upward motion until the nasal septum is passed, then use a downward motion without suction

12.Suction should be applied on withdrawal of catheter only. Place thumb on suction port

13.Each suctioning attempt should last only 5 ? 15 seconds, this may stimulate a cough. Allow at least 30 seconds for re-oxygenation and recovery between suction

14.Repeat in the other nostril

15.Suction secretions from the mouth either at the beginning or the end depends on child, may stimulate a cough which will aid removal of secretions

16.Repeat suctioning as many times as needed, using the above technique

References

Allen D, (1998) Making Sense of Suctioning. Nursing Times, Vol 84, No 10, p46-47 Macmillan C, (1995) Nasopharyngeal Suction Study Reveals Knowledge Deficit. Nursing Times, Vol 91, No 5, p 28-30 Skale N, (1992) Manual of Paediatric Nursing Procedures, J B Lippincott Company White H, (1997) Suctioning A Review. Paediatric Nursing, Vol 9, No 4, p 18-20 http://cai.md.chula.ac.th/lesson/lesson4312/chest_physical/suction.htm

Category: Pediatric | 2 Comments

Quickening: 16 weeks

Tuesday, September 04th, 2007 | Author: susheewa

ตื่นเช้ามาก็นอนเล่นลูบไอ้ตัวน้อยเหมือนทุกวัน ตื่นเช้าต้องทักทายไม่ได้เลย ลูบไปลูบมาสักแป๊บ เอ๊ะ อะไรมันกระทุ้งมาที่มือหว่า ไม่แน่ใจลองดูสักพัก เหมือนปลาตอดที่มือ ตื่นเต้นดีใจให้สามีคลำดูบ้าง ไอ้ตัวเล็กเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว แม่นี่แสนจะตื่นเต้น ความรู้สึกของคนเป็นแม่มันเป็นแบบนี้นี่เองเนาะ พอเริ่มมีอะไรแปลกๆใหม่ๆในพัฒนาการของลูกแต่ละครั้งแต่ละหน ก็พลอยดีอกดีใจ ตื่นเต้นกันทั้งบ้าน ดิ้นเข้าไปไอ้ลูกรัก เดี๋ยวจะหาเพลงแร๊บมาเปิดให้ฟัง อิอิ

http://www.babycentre.co.uk/stages/0116/

Category: MyBaby | Leave a Comment

ต้นเดือนอีกแล้ว

Saturday, September 01st, 2007 | Author: susheewa

ยังคงรอคอยหลายๆเรื่องด้วยความกระวนกระวาย เมื่อไหร่ทาง รพ จะโทรมานัดให้ไปทำอัลตร้าซาวด์ก็ไม่รู้ เป็นอาทิตย์แล้วที่รอ

Category: News | Leave a Comment

replica handbags,louis vuitton handbags,chanel handbags,gucci handbags,designer replica handbags.replica tag heuer watches,omega replica watches,breitling replica watches,replica hublot watches,replica ulysse nardin watches.replica hermes handbags,replica designer handbags,knockoff handbags,fake handbags,coach replica handbags.replica louis vuitton handbags,fake designer handbags,replica designer handbags,knock off designer handbags,replica designer bags,replica fendi handbags.Louis Vuitton,gucci handbags,chanel bags.